คืนนี้แอดขอเปลี่ยนบรรยากาศ เอาเรื่องของตำนานเสาหลักเมืองมาเล่าให้ฟังบ้าง เป็นเรื่องที่สืบกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีความเชื่อตามประเพณีว่า เมื่อใดที่มีการสร้างพระนคร หรือสร้างเมือง จะต้องมี ‘เสาหลักเมือง’ โดยในพิธีการฝังเสาหลักเมือง และเสามหาปราสาทนั้น จะต้องเอาคนที่มีชีวิตทั้งเป็นฝังลงไปในหลุมด้วย โดยเชื่อว่าคนเหล่านั้นจะได้เป็นผู้เฝ้าบ้านเมือง ป้องกันอริราชศัตรู และไม่ให้มีโรคภัยเกิดแก่เจ้าฟ้ามหากษัตริย์ผู้ครองบ้านเมือง การทำพิธีดังกล่าวถ้าจะให้ศักดิ์สิทธิ์ ต้องเอาคนที่ชื่อ อิน, จัน, มั่น, คง มาฝังลงหลุม

เล่ากันว่า การจะหาผู้ที่มาฝังลงหลุมนั้น ผู้กระทำพิธีจะออกเดินไปตามย่านต่างๆ แล้วเรียกชื่อ อิน, จัน, มั่น, คง ไปเรื่อยๆ ใครโชคร้ายขานรับขึ้นมา ก็จะถูกนำตัวไปเลี้ยงดูอย่างดี อิ่มหนำสำราญ โดยที่ไม่บอกกล่าวถึงอนาคตข้างหน้า พอถึงวันกำหนดที่จะกระทำการอันทารุณนี้ ก็จะทำการแห่นำไป แล้วผลักลงหลุมเพื่อทำพิธี เมื่อคนมาชุมนุมกันพร้อม ก็จะตัดเชือกปล่อยให้เสาหรือซุงหล่นลงมาทับบนร่างผู้เคราะห์ร้ายนี้ให้บี้แบนอยู่ในหลุม เชื่อกันว่าผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้ จะกลายสภาพเป็นเจ้ากรรมนายเวรเฝ้าอยู่ตลอดกาล.. คนสามัญบางคน บ้างก็กระทำการฆาตกรรมทาสของตนเองในทำนองเดียวกันนี้ เพื่อใช้ให้เป็นผีเฝ้าเรือน หรือขุมทรัพย์ที่ตนฝังซ่อนไว้

คนที่ถูกฝังทั้งเป็นเพื่อให้เป็นผีคอยเฝ้าเมือง จะต้องมีคุณสมบัติตามที่โหรพราหมณ์กำหนดด้วย จะไม่ใช้นักโทษที่ต้องโทษประหาร แต่จะต้องเป็นคนที่อยู่ในวัยต่างๆ กัน มีตั้งแต่คนมีอายุ จนถึงเด็ก ทั้งหญิง และชาย ทุกคนต้องมีฐานะดี เป็นที่ยกย่องในกลุ่มชน และต้องเกิดตามที่โหรกำหนด ถ้าเป็นชายต้องไม่มีรอยสัก ผู้หญิงต้องไม่เจาะหู เมื่อสั่งเสียร่ำลาญาติพี่น้องแล้ว ก็จะถูกนำตัวไปลงหลุม ส่วนญาติพี่น้องก็จะได้รับพระราชทานรางวัลตอบแทน


เคยมีคนเล่าถึงพิธีเหล่านี้ไว้ในหลายมุม อาทิเช่น..

มีจริงในประวัติศาสตร์ครับ แต่ในไทยไม่มีพิธีนี้มาหลายร้อยปีแล้ว ตอนตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ก็ไม่ได้ทำพิธีนี้ ครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์น่าจะเป็นที่พม่า ครั้งย้ายพระนครจากอังวะไปมัณฑะเลย์ (น่าจะราวช่วงรัชกาลที่ 4 ของไทย) ครั้งนั้นใช้คนมาทำพิธีลงหลุมมากกว่า 50 คน ไม่ใช่แค่เสาหลักเมือง แต่ทำไปหมดทั้งมุมเมือง พลับพลาประตูหลัก ประตูวัง รัตนบัลลังก์

– คุณ zodiac28 –

เรื่องอิน, จัน, มั่น, คง เป็นเรื่องที่เล่าลือกันมาครับ ยังไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร แต่สมัยก่อนหน้านั้นมีบันทึกการทำพิธีตอกเสาเข็มในไทย ปรากฏในเอกสารเรื่อง ‘Description of the Kingdom of Siam’ ซึ่งเขียนใน ค.ศ.1638 (พ.ศ.๒๑๘๑) โดย Jeremias Van Vliet หัวหน้าสถานีการค้าของบริษัทอินเดียตะวันออกของดัตช์ (VOC) ประจำกรุงศรีอยุทธยาในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ

‘เมื่อจะทรงสร้างพระราชวัง หอคอย หรือพระตำหนักใดๆ ก็ตาม ภายใต้เสาเข็มที่จะถูกปักลงในพื้นดิน จะจับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ใส่ลงไป หากยิ่งท้องแก่ใกล้จะคลอดก็ยิ่งดี ด้วยเหตุนี้ จึงนำมาสู่ความโศกสลดในกรุงศรีอยุทธยาอยู่บ่อยครั้ง เมื่อต้องมีการซ่อมสร้างพระราชวัง หรือหอคอย เพราะบ้านทุกหลังในสยามจะตั้งอยู่เหนือพื้นดิน โดยมีเสาไม้หลักปักอยู่ สตรีจำนวนมากต้องทนทุกข์ต่อความทรมานนี้ แม้ว่าเรื่องที่บรรยายมานี้จะดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่การประหารเหล่านี้ได้เคยทำจริงทั้งสิ้น

ผู้คนที่แสนจะงมงายเชื่อว่า เมื่อสตรีเหล่านี้ตายไปแล้ว จะกลายเป็นภูติผีปิศาจที่คอยพิทักษ์เสาที่ตนถูกโยนลงไปข้างใต้ รวมไปถึงตัวอาคารทั้งหมด บ่อยครั้ง พระเจ้าแผ่นดินจึงทรงมักให้ข้าทาสไม่กี่คนไปจับกุมสตรีที่กำลังตั้งครรภ์อย่างไม่ใส่พระทัย แต่จะเว้นไม่จับกุมสตรีที่อยู่ในเรือน นอกเสียจากหาใครไม่ได้แล้ว สตรีเหล่านี้ถูกนำตัวมาเข้าเฝ้าพระมเหสี ซึ่งจะทรงดูแลพวกนางราวกับพวกนางจะมีพระประสูติกาลให้พระเจ้าแผ่นดินก็ว่าได้ หลังจากนั้นไม่กี่วัน พวกนางจะถูกโยนลงหลุมโดยให้หงายท้องขึ้น แล้วเสาเข็มจะตอกลงบนครรภ์จนทะลุไป..

เรื่องนี้อาจจะดูเกินจริงไปบ้าง แต่ก็มีความใกล้เคียงกับเรื่องที่เล่าขานเกี่ยวกับการตอกเสาเข็มของไทยอยู่หลายอย่าง เช่น บ้างที่บอกว่าการตอกเสาเข็มมักใช้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะเมื่อตอกเสาเข็มครั้งเดียว จะได้วิญญาณถึง 2 ดวง (สี่หูสี่ตา)

– คุณ ศรีสรรเพชญ์ –

อ้างอิง https://pantip.com/topic/31337718

Story by พี่ลาเต้ Dek-D    เรียบเรียงใหม่โดย TheHOUSE

ความคิดเห็น
Loading...