เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ส่งมาจาก คุณแบงค์ ( จากเรื่อง ห้อง 602 ) ครับ คุณแบงค์เล่าว่า.. เรื่องนี้เป็นเรื่องเมื่อสมัยผมยังเด็กครับ ย้อนกลับเมื่อ 14 ปีที่แล้ว วันหนึ่งครอบครัวผมได้ไปเที่ยวกันที่จังหวัดภูเก็ตครับ แล้วไปเจอร้านขายของเก่าอยู่ร้านหนึ่ง พ่อกับแม่ผมเข้าไปดูของกันในร้าน แล้วก็ไปเจอกับหุ่นลองเสื้อเต็มตัวตัวหนึ่ง (หุ่นผู้ชาย) สูงราวๆ 160 กว่าๆ ได้ ในตอนนั้นบ้านผมอยู่ที่นนทบุรีครับ เพิ่งจะรีโนเวทบ้านใหม่ แม่ผมอยากได้หุ่นมาตั้งโชว์ในห้องพระสักตัว เท่าที่ผมจำได้ เราซื้อหุ่นนั่นมาในราคาที่ถูกมาก จากนั้นก็ขนกลับบ้านไป พอมาถึงบ้าน ก็ทำการประกอบหุ่นแล้วใส่เสื้อให้หุ่น เป็นชุดชายไทยประยุกต์ครับ เสื้อสีขาวปกปิดคอ เหมือนท่านเจ้าคุณ แต่ใส่กางเกง แล้วก็ตั้งไว้ในห้องพระ แรกๆ ผมก็กลัวนะ แต่หลังๆ ก็เริ่มชิน เพราะมันไม่มีอะไร แค่หุ่นธรรมดาทั่วไป จนเวลาผ่านไปได้ประมาณ 3 สัปดาห์ ในที่สุดก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นจนได้

โดยเหตุการณ์แรก ผมไม่ได้เจอเองโดยตรงหรอกนะครับ ตอนนั้นผมพาเพื่อนมาเล่นซ่อนแอบกันที่บ้าน ผมขึ้นไปแอบในห้องชั้น 3 ครับ ซึ่งห้องพระที่เป็นที่ตั้งของหุ่นจะอยู่ชั้น 2 ผมได้ยินเสียงว่าเพื่อนกำลังวิ่งขึ้นมาละ แต่สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนเพื่อนวิ่งกลับลงไปด้านล่าง แล้วก็เงียบหายยาวเลย.. ผมเลยชะเง้อดูที่หน้าต่างเพื่อดูหน้าบ้าน ก็เห็นว่าเพื่อนกำลังวิ่งออกจากบ้าน แล้ววิ่งกลับบ้านของตัวเองไป ผมก็สงสัยเลยวิ่งไปตามเพื่อนครับ เพื่อนผมบอกว่า ‘ไม่ไปบ้านผมแล้ว ถ้าจะเล่นก็เล่นที่อื่น..’ พอผมถามเหตุผล เพื่อนผมก็เล่าว่า ตอนนั้นมันกำลังจะเดินขึ้นมาตามผมที่ชั้น 3 แต่พอขึ้นไปถึงชั้น 2 มันเห็นหุ่นที่อยู่ในห้องพระ ข้างๆ โต๊ะหมู่บูชา มันก็ไม่ได้สนใจอะไร พอจะวิ่งขึ้นบันไดเพื่อที่จะไปชั้น 3 มันก็หันหลังให้ห้องพระ โดยด้านหน้ามันจะมีกระจกเงาสีดำที่เป็นห้องเก็บของ ทำให้เห็นเงาสะท้อนไปที่ห้องพระด้านหลัง มันเห็นหุ่นลองเสื้อตัวนั้นกำลังเดินย่องมาที่หน้าประตู ด้วยความตกใจมันเลยหันไปดู ปรากฏว่าหุ่นตัวนั้นย้ายที่ครับ ย้ายมาอยู่ที่หน้าประตูเหมือนกำลังจะออกจากห้องพระ! ด้วยความตกใจมันเลยรีบวิ่งกลับลงไป.. ซึ่งพอผมกลับไปที่บ้าน มันก็จริงอย่างที่มันพูดครับ หุ่นตัวนั้นมายืนอยู่ที่หน้าประตูห้องพระจริงๆ และนั่นก็เป็นเหตุการณ์แรก แล้วหลังจากนั้นก็ยังมีอีกครับ

มีอยู่คืนหนึ่ง ผมกำลังนอนหลับอยู่กับพ่อ แม่ และน้องชาย ส่วนพี่ชายผมโตแล้ว นอนอีกห้องครับ คืนนั้นหมาที่บ้านผมเลี้ยงอยู่มันเห่า เห่าอยู่ที่หน้าประตู แล้วก็มีเสียงข่วนประตูด้วยครับ พ่อผมตะโกนออกไปบอกให้มันเงียบ มันก็ไม่เงียบ ยังคงเห่าแล้วก็ขีดข่วนประตูแบบที่ไม่เคยมาก่อน พ่อผมเลยออกไปเพื่อที่จะเอาหมาไปขังกรงไว้ที่ชั้น 2 พอขังกรงเสร็จ พ่อผมก็กลับมานอนที่ห้องครับ นอนไปได้สักพักไม่ถึงชั่วโมง ก็มีเสียงดังอีกครับ เป็นเสียงขีดข่วน ประกอบกับเสียงเคาะประตูด้วย ซึ่งคราวนี้มันแปลกๆ ละครับ เพราะว่าพ่อเอาหมาไปขังไว้อยู่ชั้น 2 แล้ว แล้วเสียงจะมาจากใครได้อีก? พ่อผมก็นึกว่าพี่ชายที่อยู่อีกห้อง ก็เลยลองตะโกนเรียกไป ปรากฏว่าไม่มีเสียงตอบกลับครับ ในตอนนั้นผม น้องชาย กับแม่ก็กลัว กลัวว่าจะเป็นคนงัดบ้านเข้ามาหรือเปล่า พ่อผมก็เลยลุกขึ้นมาเอาปืนในกระเป๋า แล้วไปที่ประตูเพื่อที่จะเปิดดู พ่อผมเปิดแง้มๆ ก่อน จากนั้นพ่อก็รีบปิดประตูอย่างแรงดัง ‘โครม!’ ก่อนจะล็อคประตูทันที แล้วก็บอกทุกคนว่า ‘อย่าไปเปิดประตู อย่าไปเปิดประตู รีบนอนๆๆ’ ผมก็นอนสิครับ แต่ผมได้ยินพ่อกับแม่คุยกันประมาณว่า ‘..หุ่นตัวนั้นมายืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง พ่อเปิดประตูไปดู มันหันหน้ามาหาด้วย!’

ผมตื่นมาตอนเช้า ก็เห็นว่ามีพระมาเต็มบ้านเลย พระท่านบอกแม่ผมว่า ให้เอาหุ่นตัวนี้ไปไว้ที่วัด แต่ตอนนั้นพ่อผมไปทำงาน ยังไม่น่าจะเอาไปได้ทันที คงต้องเป็นพรุ่งนี้.. สรุปง่ายๆ คือ พวกเรายังต้องอยู่กับหุ่นตัวนี้ไปอีกคืน! ผมไปดูหุ่นตัวนั้น ปรากฏว่ามันยังอยู่ในห้องพระครับ แต่ถูกมัดมือมัดขาด้วยสายสิญจน์เต็มไปหมด แม่บอกว่า ‘ห้ามใครเปิดประตูห้องพระเด็ดขาด!’ ซึ่งแม่ล็อคไว้อย่างแน่นหนาแล้ว.. จนกระทั่งคืนนั้น คืนสุดท้ายที่หลอนที่สุดกับเจ้าหุ่นตัวนี้แล้ว คืนนั้น พ่อ แม่ ผม และน้องชาย สัญญากันว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะไม่ออกไปจากห้อง จะนอนอยู่แต่ในห้อง และที่หน้าประตูห้องก็ติดยันต์เอาไว้ด้วยครับ พ่อแม่บอกให้พี่ชายผมเข้ามานอนในห้องด้วยกัน แต่พี่ชายผมอายุ 20 กว่าแล้ว แกต้องการความเป็นส่วนตัว อยากนอนคนเดียว เลยต้องปล่อยไป.. คืนนั้นจำได้ว่าเป็นคืนที่เงียบมากครับ ไม่มีใครคุยกันเลย ผมจำไม่ได้เหมือนกันว่าผมเผลอหลับไปตอนไหน มารู้สึกตัวอีกที ก็คือได้ยินเสียงพี่ชายผมตะโกนลั่นออกมาจากห้อง ด้วยเสียงที่เหวอ เหมือนตกใจกลัวอะไรบางอย่าง ทุกคนสะดุ้งตื่นกันหมดครับ น้องชายกับผม ด้วยความที่ยังเด็ก ก็ร้องให้ออกมาด้วยความกลัว พ่อผมรีบลุกจากเตียงแล้ววิ่งไปหาพี่ชายผมที่อยู่ห้องข้างๆ ส่วนแม่ผมก็กอดผมกับน้องอยู่ สักพัก ผมได้ยินเสียงพ่อผมร้องตะโกนว่า ‘เฮ้ย!!!!’ แล้วพ่อกับพี่ชายผมก็วิ่งเข้ามาในห้อง และล็อคห้องไว้ สรุปคืนนั้นเรานอนกอดกันกลมทั้ง 5 คนเลยครับ

ผมไม่รู้เลยว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น พี่กับพ่อผมเจออะไรกัน? จนผมมารู้อีกทีหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้วถึง 14 ปี ผมเพิ่งนึกได้ เลยไปถามแม่ แม่ก็เลยเล่าให้ฟังว่า.. ในคืนนั้น พี่ชายผมกำลังนอนอยู่ในห้องตามปกติ แต่แกได้ยินเสียงเหมือนคนร้องเพลงอยู่ตรงชั้น 2 เป็นเพลงภาษาอะไรไม่รู้ ประมาณภาษามลายู แล้วก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นบันไดมา ตอนนั้นพี่ชายผมคิดว่าเป็นเสียงผมร้องเพลงครับ เพราะว่าเสียงค่อนข้างจะเล็ก พี่ชายผมเลยตะโกนด่าออกไปว่า ‘เฮ้ยเงียบๆ หน่อยจะนอน..’ แต่เสียงก็ไม่หยุดครับ แถมมีเสียงเปิดประตูห้องเข้ามา แสงไฟจากทางบันไดหน้าห้องมันสาดเข้ามา พี่ชายผมแสบตาทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน แต่แกบอกว่า เห็นเงาคนเดินตบมือ และร้องเพลงเข้ามาในห้อง ในลักษณะการเดินไม่เหมือนมนุษย์ เพราะเดินแบบกระตุกๆ เสียงปรบมือก็แปลกๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ข้างๆ เตียงพี่ชายผม แล้วก็ร้องเพลงพร้อมกับตบมือไปด้วย พี่ชายผมมองไม่เห็นหน้าครับ เพราะว่าในห้องมืดมาก แกเลยเอามือผลักหัวมันออกไป พร้อมกับบอกว่าไปเล่นกับแม่ไป (พี่ยังเข้าใจว่าเป็นผมอยู่) แต่ปรากฏว่า หัวของมันหลุดออกมาตกลงกับพื้น พี่ชายผมตกใจมาก ร้องเสียงดังลั่น แต่หุ่นตัวนั้นมันยังคงร้องเพลงแล้วก็ตบมือต่อไป.. พ่อผมวิ่งเข้ามาในห้อง แกบอกว่าสิ่งที่เห็นคือ เห็นหุ่นตัวนั้นยืนอยู่บริเวณข้างเตียงพี่ชายผม ในลักษณะไม่มีหัว อยู่ในท่ากำลังจะตบมือแต่นิ่งสนิท! พ่อเลยพาตัวพี่ชายผมไปนอนที่ห้องนอนใหญ่ ก็คือห้องที่ผมนอนอยู่นั่นล่ะครับ แล้วเราก็นอนกอดกันกลมทั้ง 5 คนจนถึงเช้าเลย.. พอตอนเช้าเราก็ไปที่วัดกัน แล้วก็นั่งสวดอะไรกันสักอย่าง ด้วยความที่ผมยังเด็กจำไม่ได้ แม่เล่าให้ฟังว่า เราไปทำพิธีรับขวัญกันทั้งครอบครัว ส่วนหุ่นตัวนั้นรู้สึกว่าเขาจะเอาไปฝังดินตรงป่าช้าครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้านผมก็จบเพียงเท่านี้..

แต่หลังจากนั้น ผมและครอบครัวได้มีโอกาสไปเที่ยวภูเก็ตอีกครั้งหนึ่ง น่าแปลกที่ครอบครัวผมบังเอิญไปเจอลุงคนที่ขายของเก่าคนเดิม แม่ผมก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ลุงคนนั้นฟัง แกบอกว่า หุ่นตัวนี้คนที่เอามาขายให้เป็นคนอิสลาม มารู้ทีหลังว่าที่แกขายให้ถูกๆ ก็เพราะว่าแกก็เจอมาเหมือนกัน หุ่นตัวนี้มันชอบย้ายที่เอง แต่ไม่รู้จะติดต่อบอกกับแม่ผมยังไง.. หลังจากเหตุการณ์นั้นปีกว่า ครอบครัวผมก็ต้องย้ายไปอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ครับ เพราะว่าพ่อผมย้ายราชการไปทำงานที่สาขาภาคใต้ พอเหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 10 กว่าปี พ่อผมก็ต้องย้ายกลับไปทำเรื่องเกษียณอายุที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง ซึ่งในตอนนั้นพวกเราก็ได้มีโอกาสไปที่วัดที่ฝังหุ่นตัวนั้นอีกครั้งครับ หลวงพ่อที่ทำเรื่องให้คราวนั้น แกบอกว่า หลังจากที่เอาหุ่นมาฝังได้เพียง 3 สัปดาห์ หุ่นตัวนั้นก็หายไปจากหลุมเฉยๆ ทุกคนต่างก็ตกใจมาก ท่านพยายามให้เด็กทั้งวัดหาแล้ว แต่ก็หาไม่เจอจนถึงปัจจุบัน แต่ท่านบอกว่า น่าแปลก ก่อนที่หุ่นตัวนี้จะมาถูกฝังอยู่ที่ตรงป่าช้านี้ มักจะมีวัยรุ่นชอบไปมั่วสุมกันตอนกลางคืน แต่หลังจากที่เอาหุ่นตัวนี้มาฝัง ก็ไม่เห็นวัยรุ่น หรือแม้แต่เด็กวัดไปเล่นตรงนั้นกันอีกเลย ซึ่งท่านก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม? ..หลังจากฟังเหตุการณ์ที่ท่านเล่าแล้ว พวกเราก็พากันกลับบ้านเลยครับ กลัวว่าหุ่นตัวนั้นมันจะตามกลับมาที่รถ เพราะว่าตั้งแต่หายไป ก็ยังไม่มีใครเจอหุ่นตัวนั้นอีกเลย..

Story by คุณแบงค์

ความคิดเห็น
Loading...