เรื่องนี้ส่งมาจาก คุณแนท ครับ คุณแนทเล่าว่า.. มีเรื่องมาเล่าเกี่ยวกับวันไหว้ของจีนค่ะ คือครอบครัวเราไม่ได้มีเชื้อสายจีนหรอกนะคะ แต่ด้วยความที่เราย้ายไปอยู่ในตึกแถว ที่ส่วนใหญ่เป็นคนจีน และเจ้าของบ้านเดิมก็เป็นคนจีน แม่เราก็เลยไหว้ด้วยในทุกๆ วันไหว้ของจีน อีกอย่างแม่บอกว่า อากง-อาม่าที่เป็นเจ้าที่ที่นี่ให้หวยถูกบ่อยๆ แต่สำหรับเรา ไหว้วันไหน ไหว้อะไร เราก็ไม่รู้ไม่ได้สนใจค่ะ

จนครั้งหนึ่งเราไปทำงานต่างประเทศ พอกลับมาถึงบ้านดึกๆ ก็เข้านอนตามปกติ ขออธิบายลักษณะบ้านเราก่อน คือมันจะเป็นตึกแถว 3 ชั้น เรียงติดกันประมาณ 20 ห้อง ด้านหลังเป็นคลอง ด้านหน้าเป็นตึกแถว ห้องเราอยู่ชั้น 2 โดยที่ชั้น 2 นี้จะมีห้องเรากับห้องน้องชาย บ้านทางขวาเป็นห้องแบ่งเช่า ส่วนบ้านทางซ้ายเป็นครอบครัวอิสลามพ่อแม่ลูกเพิ่งย้ายเข้ามา เตียงนอนเราอยู่ติดกับหน้าต่างที่อยู่ทางขวามือ ประตูห้องอยู่ทางซ้าย เราแขวนนาฬิกาไว้บนผนังตรงปลายเตียง เวลาตื่นมาจะเห็นทันทีว่ากี่โมง.. คืนนั้นเราตื่นลืมตาขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงดังอยู่ข้างนอก ดูนาฬิกา เป็นเวลาประมาณตี 5 ตอนนั้นเรานอนหงาย เห็นผู้ชายตัวผอมๆ ลักษณะคล้ายน้องชายเราเดินเข้ามา แบบหน้าเค้าจะมองเราและยิ้มจนเห็นฟันอยู่ตลอดเวลา เดินจากประตูไปทางหน้าต่าง ตอนนั้นเราคิดว่าน้องเราคงเข้ามาหยิบอะไรในห้อง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า ห้องล็อคอยู่!

ตอนนั้นเอง ผู้ชายคนนั้นก็เดินทะลุหน้าต่างออกไป.. ‘เฮ้ย!’ เราตกใจลุกขึ้นมานั่งมองรอบห้อง แล้วก็ลุกขึ้นไปดูประตู ก็ยังล็อคอยู่ เลยคิดว่าคงจะฝันไปเอง แล้วเราก็กลับไปนอนต่อ ทีนี้เราก็นอนตะแคงหันหน้าไปทางหน้าต่าง พอกำลังเคลิ้มๆ เราเห็นผู้ชายคนเดิม แต่เพิ่มเติมคือชัดขึ้น! ลักษณะเป็นผู้ชายคล้ายคนจีน ตัวผอมๆ ผมยาวรวบไว้ข้างหลัง ใส่กางเกงขาก๊วยกับเสื้อยืดสีขาว โผล่หน้ามาจากหน้าต่างแล้วยิ้มแบบเห็นฟันเหมือนเดิม ตามองเรา ก่อนจะเดินออกมาจากหน้าต่างทั้งตัว และมาหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียง! ตอนนั้นเราจะพลิกก็ไม่ได้ ขยับตัวก็ไม่ได้ เลยเริ่มสวดมนต์ ผู้ชายคนนั้นกลับหัวเราะเราคิกคักเลยจ้าา ไอ้เราก็ อ้าว..ไม่กลัวเหรอ? เลยหยุด โอเค..ไม่กลัวก็ไม่สวด จะยืนมองก็มองไป เราง่วงจะนอน แล้วเราก็หลับตานอนต่อเลย.. สักพัก รู้สึกเหมือนมีคนคลานขึ้นเตียงในลักษณะคล่อมตัวเราไว้ แล้วก็หัวเราะ ‘ฮิๆๆๆ’ อยู่ตลอด จนรู้สึกได้ว่ามีลมพ่นมาที่หูกับแก้มด้านซ้าย ตอนนั้นเริ่มรำคาญแล้ว จะนอนก็ไม่ได้นอน เลยด่า ‘ไอ้เชี่ยเอ้ย กูจะนอน มึงจะอะไรนักหนา เดี๋ยวกูแช่งไม่ให้ไปผุดไปเกิดเลยสัส กวนอยู่ได้!’ เท่านั้นล่ะ มันมานอนตะแคงข้าง หันหน้ามาหาเรา แล้วหน้ามันจากดีๆ ก็เริ่มบวมอืดขึ้นมา สยดสยองมากกก มันพูดว่า ‘มึงจะแช่งกูเหรอ หึ.. แล้วมันก็เอามือมาบีบจมูกเรา และพูดซ้ำๆ ว่า มึงจะแช่งกูเหรอๆๆ’ ตอนนั้นเราหายใจไม่ออก รู้สึกเหมือนจะขาดใจตายให้ได้ เลยบอกมันว่า ‘ขอโทษ กูกลัวแล้ว ปล่อยกู แล้วจะทำบุญไปให้..’ สรุปมันปล่อยจ้า แล้วก็หายไปเลย..

แล้วเราก็หลุด ขยับตัวได้ หายใจได้ ตอนแรกก็คิดว่าฝันร้าย มองตรงที่นอนก็ไม่มีอะไรที่น่าจะอุดจมูกเราจนหายใจไม่ได้ออกนะ ดูนาฬิกาก็เพิ่งจะ 6 โมงครึ่ง เราเลยไม่นอนละ เดินลงไปชั้นล่าง เจอแม่กำลังจัดของอยู่ ถามดูก็รู้ว่าแม่กำลังจัดของไหว้ เราเลยบอกแม่ไปว่า ‘ให้เรียกไอ้คนที่อยู่บนห้องมากินด้วยนะ มันมากวนหนู นอนไม่ได้เลย..’ แม่ก็ถามว่าใคร? เราเลยเล่าให้ฟัง.. หลังจากนั้น ทุกครั้งที่เราเจอมัน โผล่หน้ามาจากผนัง ยิ้มเห็นฟันให้เหมือนเดิมๆ พอเราลุกเดินลงมาข้าง ก็จะเจอแม่เตรียมของไหว้อยู่เสมอ เราก็บอกแม่ให้เรียกมันมากินด้วย แต่เราก็ไม่ได้ถามว่าหรอกนะ ว่าแม่เรียกมันว่าอะไร? จนต่อมา คนในบ้านเริ่มเจอผี ทั้งผู้หญิงมั่ง เด็กมั่ง คนแก่มั่ง เลยถามแม่ว่า เวลาไหว้เนี่ย แม่เรียกใครมามั่ง โอ้โห! แม่อิชั้นนี่เรียกเจ้าที่ กับสัมภเวสีที่อยู่แถวนั้นมาหมดเลยค่าาา เราเลยโวยวายไปว่า ‘แม่! ที่คนจีนเค้าไหว้กันน่ะ เค้าไหว้เจ้าที่ กับบรรพบุรุษ ไม่ใช่สัมภเวสี!’

เราเลยโทรศัพท์ไปถามเจ้าของบ้านคนเก่าที่ชื่อ พี่หลิน ว่าญาติผู้ชายของเค้าคนนี้ชื่ออะไร? จะได้เรียกถูก พอเราบอกลักษณะไป พี่เค้าบอกว่า ‘นั่นไม่ใช่ญาติพี่ แต่เค้าอยู่บ้านข้างๆ (ที่ครอบครัวอิสลามอยู่ตอนนี้) พี่ไม่รู้จักเค้าหรอก เค้าไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่มีครอบครัว ป่วยเป็นวัณโรคตายในบ้านนั่นแหละ..’ เราก็งงกันว่าเค้าเข้ามาได้ยังไง คงหิว ไม่มีคนทำบุญไปให้ เพราะพ่อแม่ตายหมดแล้ว และก็ไม่ถูกกับญาติพี่น้อง แต่พี่หลินก็รับปากว่าจะโทรไปบอกญาติเค้าให้ทำบุญไปให้.. ส่วนที่บ้านเรา แม่ก็ได้ไปเชิญซินแสที่ศาลเจ้ามาดู ซินแสบอกว่า ‘อากง-อาม่าเจ้าที่เขาไม่อยู่แล้ว ผีเร่ร่อนมาอยู่เต็มไปหมด แถมไล่เจ้าที่ไปอีก เลยต้องทำพิธีไล่ เอาสายสิญจน์พันทั่วบ้าน ตั้งหิ้งพระใหม่ ตั้งศาลเจ้าที่ เชิญอากง-อาม่ากลับมา แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เจออะไร ส่วนเราย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เวลากลับบ้านก็ยังเจอสายสิญจน์พันอยู่ ส่วนแม่ก็ยังไหว้อยู่ แต่ไหว้เฉพาะเจ้าที่แล้วล่ะค่ะ

Story by คุณแนท

ความคิดเห็น
Loading...