เรื่องนี้ส่งมาจากคุณ CaptainAodz ครับ เรื่องมีอยู่ว่า.. ผมเป็นลูกชายของครอบครัว ซึ่งก็ต้องมีการทดแทนพระคุณบิดามารดาด้วยการอุปสมบท สร้างบุญกุศลเพื่อเป็นบุญใหญ่ให้กับท่าน

เริ่มจากพิธีการแห่นาค ผมก็จะนั่งอยู่ท้ายรถของพ่อ โดยมีลุงเป็นคนขับ มีญาติพี่น้องจำนวนมาก รวมถึงคนระแวกบ้านใกล้เรือนเคียงที่รู้จักหน้าตากันมาคอยช่วยในพิธี ผมนั่งโดยมีพ่อกับแม่นั่งซ้ายขวา ขณะที่ตั้งขบวนเสร็จ พร้อมเริ่มพิธีแห่ ก็มีหญิงแก่คนหนึ่ง ผมจำได้แม่นมากๆ แกใส่เสื้อลูกไม้สีขาว ผ้าถุงสีขาว ผิวออกจะดำกร้าน ตัวผอมซูบ เดินมาใกล้ๆ รถที่ผมนั่งอยู่ แกเดินมาไหว้ผมแล้วบอกกับผมว่า ‘ยายขอทำบุญด้วยนะลูก..’ แล้วก็ใส่เป็นธนบัตร 100 บาทมาบนพานที่ผมถือ ก่อนจะไหว้ผมอีกครั้งแล้วเดินจากไป.. ในขณะนั้นเป็นช่วง 6 โมงเช้า มันสว่าง บรรยากาศไม่น่าต้องไปคิดถึงเรื่องผีอะไรเลย ผมก็เลยไม่ได้อะไร ติดแค่ว่า ผมไม่เคยเห็นหน้ายายคนนี้มาก่อน จนพิธีอุปสมบทก็ได้เริ่มขึ้นจนเสร็จสิ้นไปด้วยดี

วันแรกของการเป็นพระ ขออธิบายก่อนนะครับ กุฏิที่ผมอยู่เป็นกุฏิไม้ ข้างในกุฏิกว้างจนวังเวงเลย มีเสื่อ มีเสาตกน้ำมันอยู่ตรงประตู ที่เสาจะมีจีวรผืนใหญ่พันแบบคลุมเสาอยู่ครึ่งต้น ท้ายกุฏิเป็นที่บูชาพระรัตนตรัย ส่วนหลังคานี่สิ เป็นแบบขื่อแล้วมีจีวรผืนใหญ่กางปิดไว้ ผมก็สงสัยนะครับ ถามหลวงตา หลวงตาบอกว่า ‘กางไว้กันความร้อนเวลาแดดส่องแรงๆ กุฏิจะได้ไม่อบ’ ผมก็อ่อครับ.. ในคืนที่ 1 หลังจากสวดมนต์เสร็จ ก็เตรียมตัวจำวัด ด้วยความไม่คุ้นที่ ผมก็นอนไม่หลับหรอกครับ และด้วยบรรยากาศที่เงียบมากๆ ทำให้ผมได้ยินเสียงๆ หนึ่ง เป็นเสียงรถเข็นครับ รถเข็นที่ลูกศิษย์ไว้ใส่ของเข็นตามพระสงฆ์ เสียงมาจากทางด้านล่างของกุฏิ ผมก็สงสัยว่าจะเป็น ตายอด (ตายอดคือเด็กวัดที่นี่ครับ แต่แกแก่มากแล้ว ผมเคยเจอบ่อยๆ เวลามาวัด) ผมก็ไม่ได้เอะใจ แต่สงสัยว่า นี่มันจะเที่ยงคืนละนะ แกจะเข็นรถทำไม แล้วไม่ได้เข็นแป๊บเดียวนะครับ เข็นไปจนสิ้นเสียงล้อรถเข็น เหมือนเข็นไปไกลมาก แล้วสักพักก็กลับมาอีกละ เข็นไป-กลับ อยู่แบบนี้ประมาณชั่วโมงนึงได้ ผมกะจะออกไปดู แต่พอลุกปุ๊บหมานี่หอนปั๊บ ผมเลย อืม..ไม่ดูก็ได้ เดี๋ยวค่อยไปถามแกเอาเองดีกว่า ผมก็พยายามคลุมจีวรหลับ โดยที่ยังได้ยินทั้งเสียงรถเข็น ทั้งเสียงหมาเห่าหอนกันทั่ววัด..

ส่วนคืนที่ 2 ไม่มีอะไร.. เข้าสู่คืนที่ 3 เป็นคืนที่ฝนตกหนักมากๆ จนหน้าต่างในกุฏิสั่นจนเหมือนไม้ขัดจะหลุดให้ได้ ผมนอนลุ้นเลยครับ คือตัวแข็ง จินตนาการว่า ถ้าไม้ขัดหลุดแล้วหน้าต่างเปิดออกมา มีอะไรตรงหน้าต่างนี่ ผมคงช็อคแน่ๆ คิดเสร็จเท่านั้นครับ ไม้ขัดหลุดจริงๆ ครับ 2 บาน ด้วยความที่ตกใจ ผมไม่รอดูว่านอกหน้าต่างนั่นมีอะไร ผมคลุมโปรงเลยครับ นอนขดจนเผลอหลับไป พร้อมกุฏิชุ่มน้ำฝนที่สาดเข้ามาทางหน้าต่าง เช้ามาต้องถูเพลินเลยครับ

ผ่านไปกี่คืนๆ ก็เหตุการณ์ก็ปกติ จนเข้าคืนสุดท้ายใกล้จะสึกแล้ว ผมก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับหลวงตา เลยถือโอกาสถามเลยว่า ‘หลวงตา โห..คืนแรกตายอดแกเข็นรถดังซะผมไม่ได้นอนเลย ได้ยินเสียงเข็นรถไปมาหลายรอบเป็นชั่วโมงเลย..’ หลวงตาท่านก็ยิ้ม แล้วบอก ‘บ้า! จะเป็นไปได้ยังไง? ไอ้ยอดมันเสียไปก่อนวันที่เอ็งจะมาบวชวันเดียว..’ ผมนี่ตกใจเลยครับ ผมก็ลองนึกๆ ดู ตอนมาดูที่ทางก่อนบวชวันนึง ที่วัดก็มีงานเผาศพจริงๆ แต่ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าใครเสีย นึกๆ แล้วก็กลัว แต่ก็ไม่เท่าไร เพราะอีกวันผมก็สึกแล้ว

จนเข้าสู่วันสึก ฤกษ์สึกเวลาตี 5 ผมต้องตื่นตี 3 ซึ่งคืนสุดท้ายก็แอบดีใจนิดๆ ว่าเราทำสำเร็จแล้ว จะได้กลับไปอยู่บ้านตามปกติแล้ว ก็เลยนอนดึก ผมนอนเกือบตี 1 และเผลอหลับไปจนถึงเวลาตี 3 กว่าๆ ผมได้ยินเสียงคนเคาะ ‘ก๊อกๆๆ’ แต่เสียงมันดังมาจากพื้นไม้ที่ผมนอน จนทำให้ผมตื่นขึ้น พร้อมกับพระพี่เลี้ยงเดินมาเคาะประตูกุฏิพอดี ตะโกนเรียกผมบอก ‘พระ ตื่นยัง?’ ผมก็บอกไป ‘ตื่นแล้วครับ’ แล้วผมก็พูดไปด้วยความไม่คิดอะไรบอก ‘โห่ หลวงพี่ เคาะประตูก็ตื่นแล้ว แหม่ มีให้คนไปเคาะด้านล่างอีก กะเอาให้ตาสว่างเลยมั้ง?’ หลวงพี่หันมาทำหน้าเฉยๆ แล้วถามว่า ‘ใครเคาะด้านล่าง?’ ผมก็อ้าว งั้นผมคงคิดไปเองมั้ง แต่หลวงพี่ยังถามอีก ‘แล้วใครเคาะกุฏิ? หลวงพี่แค่ตะโกนมาถามว่าพระตื่นยังแค่นั้นนะ..’ เอาล่ะสิ งานเข้าอีกแล้วผม

เวลาผ่านไปจนเสร็จสิ้นพิธีลาสิขาบท ก็เดินทางกลับบ้าน คุยกันสนุกสนานจนวกมาเรื่องพานที่ผมถือวันบวชนาค แม่ก็พูดว่า ‘หนักไหมล่ะ เดินถือพานเหรียญเพียบ ดีนะยังมีแบงค์ 100 ใบนึงที่ไม่หนัก แล้วใครใส่แบงค์ร้อยล่ะเนี่ย?’ ผมก็บอกว่า ‘อ้าว ก็ตอนหลังรถไง มีผู้หญิงแก่ๆ’ (ผมก็ระบุรูปพรรณไปให้พ่อกับแม่ฟัง) พ่อแม่ซึ่งอยู่ที่นี่มานานมาก รู้จักทุกคน กลับงงกันว่า ‘มีด้วยเหรอ คนแก่ลักษณะแบบนี้?’ ผมก็ยืนยันนะว่า ก็เขาเอามาใส่ให้กับมือเลย ตอนที่อยู่หลังรถ พ่อกับแม่ก็นั่งอยู่.. พ่อแม่มองหน้ากันแล้วบอกผมว่า ‘ตอนนั้นก็ไม่เห็นมีใครนะ แล้วก็ไม่เห็นมีใครใส่อะไรในพานเลยด้วย มาเห็นแบงค์ 100 อีกทีก็ตอนพิธีอุปสมบทเสร็จแล้ว ได้ฟังแบบนั้นผมนี่แบบ โอ่ย..การบวชนี่เนอะ ทำให้เราสามารถสัมผัสกับเรื่องพวกนี้ได้มากจริงๆ แต่ขอบคุณที่ไม่มาแบบแลบลิ้น ปลิ้นตา งั้นผมคงขี้ปลิ้นแทนแน่ๆ อาจจะไม่น่ากลัวเหมือนที่คนอื่นเจอ แต่อยากมาแชร์ประสบการณ์หลอนๆ ของผมครับ

Story by CaptainAodz

ความคิดเห็น
Loading...