เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องจากคุณ เทวะ ดำ สมาชิกกลุ่ม TheHOUSE ครับ คุณ เทวะ ดำ เล่าว่า.. สมัยเด็ก แม่ของผมเสียไปตั้งแต่ผมอายุได้ปีกว่าๆ เท่านั้น หลังจากแม่ผมเสีย ผมก็ไม่สามารถกินนมคนอื่นได้ นมผง หรือนมอะไรก็แล้วแต่ ถ้ากินเข้าไปแล้วผมก็จะอ้วกออกมาทันที ในที่สุดผมก็ผอมจนเหลือแต่หนังติดกระดูก ทำให้พ่อผมจนปัญญาที่จะหาทางช่วยผม จนในที่สุด แม่นาง แม่ของ ออย เพื่อนแถวบ้าน แกอุ้มผมขึ้นมากอดไว้ แล้วพูดกับผมที่กำลังร้องไห้อยู่ว่า ‘กินนมของแม่ก็ได้นะ ถ้าเจ้าอยากกิน แม่ก็คงให้เจ้าได้เพียงเท่านี้ จากนี้ไปก็ต้องแล้วแต่บุญแต่กรรมแล้วล่ะ..’ ปรากฏว่าผมดูดนมของแกเข้าไปพร้อมกับหลับสนิท พ่อผมดีใจเป็นอย่างมาก ทำให้ในที่สุดผม กับออย ก็ต้องกินนมแม่คนเดียวกัน อย่างบางครั้งผมร้องไห้ตอนดึก พ่อก็จะอุ้มผมวิ่งไปบ้านแม่นางเป็นประจำ ซึ่งพ่อผมจะสอนผมอยู่เสมอว่า แม่นางก็เปรียบเสมือนแม่แท้ๆ คนหนึ่ง และออยก็เหมือนเป็นน้องสาวของผมด้วย (ผมเกิดก่อนออย 6 เดือน) ครอบครัวของผมจะเรียกบ้านของออยว่า บ้านเล็ก เพราะเวลามีกับข้าวอะไร ผมก็จะเอาไปส่งที่บ้านของออยเสมอ บางวันผมก็ไปนอนอยู่ที่นั่นเป็นเพื่อนออย เวลาที่พ่อกับแม่ของออยไปนอนในไร่ในนา

จนถึงตอนที่ผมขึ้น ป.2 แม่นางก็ได้จากไปอย่างสงบด้วยโรคหัวใจ เช่นเดียวกันกับแม่ของผม ครอบครัวของออยจึงเหลือกันแค่ออยกับพ่อ ซึ่ง พ่อเดช ก็ได้ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับออยมาโดยตลอด จวบจนพวกผมขึ้น ม.5 ออยจะเป็นคนที่เรียนเก่งมาก จึงได้เข้าร่วมประกวดตอบคำถามทางวิชาการ แล้วได้ที่ 1 ในระดับกลุ่ม พร้อมกับได้รับใบประกาศนียบัตร แล้ววันนั้น ท่าน ผ.อ. ก็นัดให้ออยอยู่คุยกับท่านหลังเลิกเรียน เพราะจะมีผู้ให้ทุนสนับสนุนการศึกษากับออย แต่ออยกลัวว่าจะไม่ทันรถโดยสารเที่ยวสุดท้าย จึงขอให้ผมอยู่รอ เพราะผมเอารถมอเตอร์ไซค์ไปโรงเรียนด้วย ผมก็ตกลงว่าจะรอ จนออยคุยธุระเสร็จ ก็นั่งซ้อนท้ายผมกลับ ในมือก็กอดแฟ้มใบประกาศแน่น พร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข ผมจึงขี่รถช้าๆ เพราะกลัวว่าใบประกาศจะยับ แล้วออยก็พูดกับผมว่า ‘แวะตลาดหน่อยนะ ออยได้เงินรางวัลจาก ผ.อ. มา จะซื้อเนื้อไปทำลาบให้พ่อกิน’ ผมเลยแวะตลาดให้ออยลงไปซื้อของ จากนั้นก็ขี่รถต่อจนถึงบ้าน ออยบอกผมว่า ‘ไปอาบน้ำแล้วมากินข้าวที่นี่สิ เอาการบ้านมาทำด้วยล่ะ..’ ผมจึงตอบออยไป ‘อือๆ รู้แล้ว’ จนผมอาบน้ำทำอะไรเสร็จแล้ว ผมจึงถือการบ้านเดินไปบ้านของออย แต่พ่อของออยยังไม่กลับมา ผมมองดูบนแคร่หน้าบ้าน มีใบประกาศของออยวางอยู่ คงกะว่าจะเอาให้พ่อดูทันทีที่มาถึง ผมจึงหาที่นั่งพร้อมกับกินโค้กรอ สักพักก็มีเสียงคนเดินมา ออยจึงรีบหยิบใบประกาศแล้วหันไปดูด้วยรอยยิ้ม ปรากฏว่าคนที่เดินมาไม่ใช่พ่อของออย แต่เป็น น้าฝน ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ก่อนจะหยุดแล้วพูดกับออยว่า ‘ออย.. พ่อเสียแล้วนะลูก’ แต่ออยยังเหมือนกับจะอึ้งในคำพูดของน้าฝนอยู่ แกเลยพูดต่อ ‘รถที่พ่อของออยนั่งไปรับจ้างชนกับรถสิบล้อ มีคนตาย 6 คน พ่อออยก็เป็นหนึ่งในนั้น..’ พอแกพูดจบ ออยก็ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้ ‘ชนกันที่ไหนน้า พ่อของออยอยู่ที่ไหน พ่อไม่ได้ตายใช่ไหมน้า?’ พร้อมกับเขย่าแขนของน้าฝนแล้วร้องไห้ออกมา ผมก็ยังอึ้งกับคำพูดของน้าฝนเช่นกัน แต่ผมก็เรียกสติกลับคืนมา แล้วกอดออยเอาไว้ทั้งที่กำลังร้องไห้อยู่ แล้วออยก็พูดขึ้นมาว่า ‘ทำไมพ่อผิดสัญญากับหนู ไหนพ่อบอกว่าถ้าออยได้ที่ 1 พ่อจะเลิกบุหรี่ แล้วทำไมพ่อถึงมาทิ้งออยไปอีกคนเหมือนแม่..’ ออยพูดพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น ในมือของออยกำใบประกาศแน่นจนยับ ตอนนั้นผมบอกตรงๆ เลยว่าผมเองก็พูดอะไรไม่ออก

จนถึงตอนรับศพพ่อของออยมาถึงบ้าน ออยก็ได้แต่ร้องไห้ พร้อมกับกอดศพพ่อแล้วพูดว่า ‘พ่ออย่าทิ้งหนู..พ่ออย่าทิ้งหนู’ จนชาวบ้านต้องมาดึงตัวออยออกไปด้วยความเวทนาสงสาร จนถึงช่วงประมาณตี 3 พ่อของผม และชาวบ้านที่กำลังจัดของเตรียมพิธีงานศพอยู่นั้นก็พูดขึ้นว่า ‘ไม่มีรูปถ่ายแล้วจะเอารูปหน้าศพที่ไหนล่ะ?’ แล้วก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ ผ้าขาวม้าที่วางอยู่บนหลังตู้ก็กระโดดขึ้นมา เหมือนกับมีตัวอะไรอยู่ข้างในนั้น แล้วกระโดดไปคลุมกล่องเหล็กใส่ของอันหนึ่งที่วางอยู่บนหลังตู้ แล้วหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น พ่อของผมจึงเดินไปเปิดกล่องนั้นดู ข้างในนั้นมีรูปของพ่อเดช และมีรูปของแม่นาง กำลังอุ้มออยตอนเด็กอยู่ และมีข้อความข้างหลังรูปใบนั้นที่เขียนด้วยลายมือโยกโย้ ใจความว่า ‘พ่อคิดถึงแม่นะ คิดถึงทุกวันเลย แต่พ่อคงยังไปอยู่กับแม่ไม่ได้หรอก เพราะพ่อต้องดูแลลูกสาวที่แม่รักที่สุดอยู่ พ่อสัญญาว่าจะดูแลลูกให้ดีที่สุด แม่ไม่ต้องห่วง รักแม่นะ..’ อีกใบหนึ่งเขียนว่า ‘พ่อต้องเลิกบุหรี่ให้ได้ เพื่อลูกสาวคนนี้..’ ซึ่งตอนนั้นผมก็เดินเข้ามาหาพ่อผมพอดี พ่อผมเลยยื่นรูปใบนั้นให้ผม แล้วบอกว่าเอาไปให้ออย แล้วบอกออยด้วยว่า ‘พ่อของออยเขาเลิกบุหรี่ได้หลายเดือนแล้ว..’ ผมจึงเอารูปแล้วเดินขึ้นไปวางไว้บนที่นอน เพราะออยเองก็ร้องไห้จนหลับไปแล้ว.. แล้วคืนนั้นผมก็กลับมานอนที่บ้าน แล้วผมก็ฝันว่าพ่อของออยมายืนร้องไห้อยู่หน้าบ้านของผม ในสภาพของคนปกติ แต่เสื้อผ้าขาดวิ่น ซึ่งผมเองก็รับรู้ถึงเรื่องที่แกยังห่วงอยู่ ในฝันผมเลยบอกกับแกไปว่า ‘พ่อไม่ต้องห่วงหรอกครับ พวกผมจะดูแลออยแทนพ่อเอง ผมสัญญา แล้วอีกอย่างหนึ่ง ลูกสาวพ่อไม่ได้อ่อนแออย่างที่พ่อคิดหรอกครับ’ พอผมพูดจบ แกก็ยิ้มแบบเศร้าๆ ก่อนที่จะค่อยๆ หายไป จนผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็เช้าพอดี ผมจึงเดินไปบ้านออย ซึ่งออยก็นั่งเหม่อลอยอยู่หน้าบ้าน ใบหน้าบวมเป่งเพราะร้องไห้ไม่หยุด ผมเอามือลูบหัวออยแล้วพูดขึ้นว่า ‘เห็นรูปแล้วใช่ไหม? อ้อ อีกอย่างหนึ่ง พ่อของออยน่ะ เขาเลิกบุหรี่ได้หลายเดือนแล้วนะ..’ พอผมพูดจบ ออยก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง แล้วผมก็เดินออกมาเจอไอ้ต้อมเพื่อนผมพอดี (เพื่อนคนนี้เป็นคนมีเซ้นส์ครับ) ไอ้ต้อมมันดึงแขนผมไปข้างห้องน้ำ แล้วพูดกับผมว่า ‘มึงๆ กูเห็นพ่อออยยืนเอามือลูบหัวออย เหมือนกับที่มึงทำเมื่อกี้เลยว่ะ..’ ผมเลยถามมันว่า ‘มึงเห็นตอนไหนวะ?’ มันตอบ ‘ก็หลังจากที่มึงเดินมาเมื่อกี้นี่ล่ะ แต่ตอนนี้แกหายไปแล้ว..’

จนถึงวันเผาศพ ซึ่งออยก็ยังคงร้องไห้เศร้าโศกเช่นเดิม แต่แล้วคนทั้งงานก็ถึงกับขนลุก เมื่อจู่ๆ ก็มีลมพัดแรง พร้อมกับกลิ่นของน้ำอบโชยมา แล้วน้าฝนก็ล้มลง แล้วลุกขึ้นมานั่งร้องไห้ พร้อมกับเรียกหาออยว่า ‘ออย มาให้พ่อกอดทีสิลูก พ่อคิดถึงออย พ่อเป็นห่วงหนูมาก พ่อขอโทษลูก พ่อขอโทษ..’ แล้วน้าฝนแกก็ร้องไห้ปานจะขาดใจ จนพ่อผมเลยเรียกออยมาให้แกกอด แกก็ร้องไห้พร้อมกับพูดว่า ‘พ่อไม่อยากไป พ่อไม่อยากไปเลย พ่ออยากอยู่กับหนู บุหรี่พ่อก็เลิกสูบนานแล้วนะ เพราะหนูไม่ชอบ พ่อรักหนูนะลูก..’ ส่วนออยเองก็ได้แต่ร้องไห้โฮ พูดอะไรไม่ออก จนในที่สุด หมอธรรมประจำหมู่บ้านเลยขอให้แกออกจากตัวน้าฝนก่อน เพราะกลัวว่าน้าฝนจะเป็นอันตราย แต่แกก็ยังเอาแต่ร้องไห้กอดออยอยู่อย่างนั้น จนพ่อผมเดินไปตบไหล่แกแล้วพูดว่า ‘ไม่ต้องห่วงออยมันหรอก เดี๋ยวผมจะดูแลให้เอง ยังไงมันก็น้องไอ้หลีอยู่แล้ว’ (คือครอบครัวผมจะเรียกผมว่า บักหลี) ในที่สุดแกก็ยอมออก แล้วน้าฝนก็ล้มลงอีก.. ตลอดช่วงงาน ไอ้ต้อมบอกผมว่าเห็นแกยืนร้องไห้อยู่ข้างหลังออยตลอด จนงานศพเสร็จสิ้นลงด้วยดี ผมก็เดินกลับบ้านพร้อมกับพ่อผม ขณะที่ผมกำลังจะเดินเข้าบ้าน ผมกับพ่อก็ได้กลิ่นน้ำอบลอยมา พร้อมกันกับ ไอ้กันดั้ม หมาที่ผมเลี้ยงไว้มันก็เห่าพร้อมกับกระดิกหาง เหมือนกำลังหยอกใครอยู่หน้าบ้าน ผมกับพ่อคิดว่าคงจะเป็นพ่อเดชนั่นล่ะ เพราะตอนที่แกยังมีชีวิตอยู่ แกจะชอบเรียกไอ้กันดั้มไปเข้าป่าหาของกินด้วยกันบ่อยๆ ผมจึงยกมือขึ้นพนมพร้อมกับพูดบอกแกเป็นครั้งสุดท้ายว่า ‘พ่อเดชครับ ผมกับพ่อสัญญาไว้แล้วว่าจะดูแลออยให้ ไม่ต้องห่วงนะครับ ขอให้พ่อไปสู่สุขคตินะครับ’ พอผมพูดจบ กลิ่นน้ำอบก็ค่อยๆ จางไป พร้อมกับไอ้กันดั้มที่มันวิ่งไปทางบ้านของออย และทำท่าเหมือนมันกำลังหยอกใครบางคนที่มันคุ้นเคยอย่างมีความสุข..

Story by เทวะ ดำ

ความคิดเห็น
Loading...