เรื่องนี้ส่งมาจากคุณมนนี่ครับ คุณมนนี่เล่าว่า.. เนื่องจากว่าเราเป็นคนมีเซ้นส์ เลยมักจะเจอเรื่องแปลกๆ มาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ที่บ้านเราเลยให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คือ พี่กุมาร มาติดตัวไว้ค่ะ.. เข้าเรื่องเลยนะคะ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ช่วงปี 2 เราได้ย้ายจากบ้านมาอยู่หอพักใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย เป็นหอนอก ตอนแรกที่เข้ามาดูห้องกับเพื่อน เราก็รู้สึกแปลกๆ กับห้องนี้ทันทีเลยค่ะ พอดีว่าเพื่อนเราก็รู้ว่าเรามีเซ้นส์  ก็เลยถามเราว่าห้องนี้เป็นยังไง? เราก็อธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ค่อยได้ แต่ที่มันชัดมากๆ คือห้องนี้มีบุคคลที่ 3 แน่ๆ แต่เหมือนเรารับรู้ได้ว่าเขาเป็นมิตร เราเลยบอกเพื่อนไปว่า ‘เราโอเคกับที่นี่..’ ช่วงแรกที่เข้ามาอยู่ก็ไม่มีอะไรค่ะ ดีหมด สนุกสนานเฮฮา เพราะอยู่ใกล้แหล่งของกิน และตึกคณะ เสียอยู่อย่างหนึ่งตรงที่ห้องค่อนข้างอับ และมืดไปหน่อย.. มีอยู่คืนหนึ่ง เป็นคืนที่เราต้องอยู่ห้องคนเดียว เนื่องจากเพื่อนเราต้องไปทำงานที่หอเพื่อนไม่กลับมานอน แต่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกค่ะ..

แล้วในคืนนั้นเอง ขณะที่เรากำลังนอนดูทีวี อยู่ๆ เสียงก็มาค่ะ ‘ตุบๆ’ จะว่ามันเป็นเสียงที่ปกติสำหรับเราก็ได้ เพราะเราได้ยินบ่อยๆ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ เสียงจะชอบดังมาจากโต๊ะทีวี แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ดูทีวีไปเรื่อยจนรู้สึกง่วง ก็ปิดไฟนอน ตอนนั้นจำได้ว่าน่าจะประมาณ 5 ทุ่มกว่า แต่ด้วยความที่เราเป็นคนนอนหลับยาก พลิกตัวไปมาอยู่นาน จนเหมือนจะเคลิ้มๆ จะหลับแล้ว ก็ได้ยินเป็นเสียงคนคุยกันในห้องค่ะ คือเรานอนหันหน้าไปทางระเบียงอยู่ พอมองออกไป ก็เห็นเป็นเงาลางๆ เป็นเงาของคน 2 คนคุยกัน เป็นผู้หญิงกับผู้ชายค่ะ ตอนนั้นรู้สึกได้เลยว่าหัวใจเราเต้นแรงมากๆ และเรามั่นใจมากว่าพวกเขาไม่ใช่คนแน่นอน.. เราพยายามบังคับตัวเองให้หลับ แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งตื่นเต็มตามากกว่าเดิมอีก เราพยายามหลับตาสวดมนต์ ท่องคาถาต่างๆ เท่าที่จะนึกออก..

แล้วสักพักเราก็รู้สึกว่าเสียงคุยกันที่ได้ยินนั้นเงียบลงไปแล้ว เราเลยลืมตาขึ้นมองที่ระเบียงอีกครั้งค่ะ ปรากฏว่า เขา 2 คนนั้นกำลังหันมามองที่เราอยู่! เขาจ้องเหมือนจะพยายามดูว่า เราเห็นเขาไหม.. แล้วอยู่ๆ ผู้ชายก็หายวับไป เหลือแต่ผู้หญิงค่ะ เขาค่อยๆ เข้ามาหาเราที่เตียง คือตอนนั้นเราขยับตัวไม่ได้เลย รู้ตัวเลยว่าโดนอำเข้าแล้ว.. สภาพเราตอนนั้นคือ ทั้งตัวอยู่ในผ้าห่ม ยกเว้นแต่แขนขวาที่อยู่นอกผ้าห่ม แขนขวาเราเป็นอวัยวะเดียวที่เย็นมากๆ เย็นจนขนลุกไปทั้งแขนเลยค่ะ ผู้หญิงคนนั้นเดินมาถึงที่ข้างเตียงเรา และก้มลงมาจับที่มือขวาของเรา เรารู้สึกได้ว่าเขากำลังยิ้มให้ ทั้งๆ ที่เรามองไม่เห็นหน้าของเขาเลย และเหมือนเขาจะเขย่ามือเราเบาๆ แล้วพูดว่า ‘ไปกันเถอะ..’

ตอนนั้นนี่เหมือนเราจะวูบไปเลยค่ะ หลังเหมือนไม่ได้ติดกับเตียง มันวูบวาบ มันหวิวไปหมดทั้งตัวบอกไม่ถูก ไม่เคยเจอหนักขนาดนี้มาก่อนเลย.. สิ่งแรกที่แวบมาในสมองก็คือ ‘ถ้าไปกับผู้หญิงคนนี้ จะไม่ได้กลับมาอีกแน่..’ เท่านั้นแหละค่ะ เราพยายามขัดขืน พยายามจะดึงมือของตัวเองกลับ แต่ร่างกายมันขยับไม่ได้เลย แล้วอยู่ๆ ในหัวเราก็คิดถึงพี่กุมารขึ้นมาค่ะ เรารีบตะโกนเรียกเลย เรียกทั้งที่ไม่มีเสียงออกมา เรียกอยู่ประมาณ 3 รอบ ตอนแรกเหมือนเขาจะไม่มา จนกระทั่งตะโกนรอบที่ 3 ..อยู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็ปล่อยมือเรา แล้วก็หายไปค่ะ ตอนนั้นเองที่เรารู้สึกได้ว่า หลังเรากลับมาสัมผัสเตียงนอนอีกครั้ง ทุกอย่างกลับมาเงียบสงบ เหมือนเราหลุดออกมาจากสนามรบยังไงยังงั้น..

เรารีบกระโดดลงจากที่นอนมาเปิดไฟในห้อง มือขวาของเรายังคงเย็นยะเยือก คือตอนนั้นเราแทบร้องไห้เลยค่ะ รู้สึกกลัวมาก หันไปมองนาฬิกาตอนนั้นประมาณเกือบเที่ยงคืนเท่านั้นเอง แค่ช่วงเวลาไม่นานเลย หลังจากที่เข้านอน หลังจากนั้นเราตัดสินใจเปิดไฟนอนต่อเลย ทีแรกว่าจะไปขอนอนกับเพื่อนที่อยู่อีกหอหนึ่ง แต่ไม่กล้าออกไปเพราะมันดึกแล้วค่ะ แล้วก็โชคดีที่ไม่เจออะไรอีกเป็นครั้งที่ 2 ..เช้าวันต่อมา เพื่อนเราก็กลับมาห้อง เราก็เล่าให้ฟังค่ะ เพื่อนเราก็อึ้งไปพักใหญ่ เขาเป็นคนกลัวผีนะ แต่จะไม่บอกก็ไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นเพื่อนก็เล่าว่า เขาก็เจอเหมือนกัน รู้สึกเหมือนมีคนอื่นอยู่ในห้องด้วย คือเพื่อนเราเขาเรียนภาคค่ำ เขาจะเข้าเรียนตอนเย็น และนอนตอนกลางวันคนเดียว แต่เขาบอกว่าไม่ได้เจอขนาดเรา คงเป็นเพราะเขาไม่มีเซ้นส์ ส่วนมากจะได้ยินแต่เสียงค่ะ เสียง ‘ตุบๆ’ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่ามันเป็นเสียงอะไร?

หลังจากนั้นพวกเราเลยตัดสินใจไปทำบุญ และไหว้ถวายอาหารศาลเจ้าที่กันค่ะ เพราะตั้งแต่พวกเราเข้ามาอยู่ ยังไม่ได้ไหว้ศาลเจ้าที่แบบจริงๆ จังๆ เลย ส่วนมากจะแค่ยกมือไหว้ธรรมดาๆ และเหมือนท่านก็คงจะคุ้มครองพวกเรา เพราะหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจออะไรแปลกๆ อีกเลยค่ะ

Story by คุณมนนี่

ความคิดเห็น
Loading...