เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณเกื้อครับ เป็นเรื่องสยองจากที่เกิดขึ้นในไลน์กลุ่ม โดยคุณเกื้อเล่าว่า..

  เด่น : ตายแล้ว เตรียมมางานศพกูด้วย  20:04  

เสียงไลน์กลุ่มเด้งขึ้นมาราวๆ 2 ทุ่ม ท่ามกลางความมึนงงของเพื่อนในกลุ่มหลายคนที่ได้เปิดเข้าไปอ่าน ก่อนที่ ศุภชัย จะเป็นคนแรกที่ถามสวนกลับไปว่า  มึงเล่นไรเนี่ย ไอ้เชี่ยเด่น!?  แม้จะขึ้นว่า อ่านแล้ว ตามมาอีกเพียบ แต่ไม่มีการตอบกลับใดๆ จากไอ้เด่น ผู้เริ่มประโยคแปลกๆ นั่น.. หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนในกลุ่มเริ่มใจคอไม่ดี หลายคนเริ่มอยู่ไม่สุข บ้างก็คิดว่าเป็นมุกตลก จึงเริ่มพิมพ์ตอบกลับกันไปในกลุ่ม

 ตลกอะไรไอ้เด่น เล่นไรไม่รู้เรื่อง ถ้าเจอกูจะตบให้คว่ำ  วินัยเริ่มข้อความตามนิสัยกวนๆ แบบคนไม่คิดอะไร

 มึงอย่างเงียบดิ ใจคอไม่ดีไอ้สัส..  สงกรานต์ พิมพ์ข้อความตามมาติดๆ ถัดจากวินัย

 แม่งเป็นเชี่ยอะไรป่าววะ ทำไมเล่นพิเรนแบบนี้?  เกลือรีบสมทบอย่างไว

 มีใครติดต่อแม่งได้ปะวะ กูโทรติดนะ แต่ไม่มีคนรับสายว่ะ  ภาคี รีบรายงานเพื่อนฝูงในกลุ่มหลังจากวางสายจากเด่น

หลังจากจุดประเด็นมาราวครึ่งชั่วโมง แต่ก็ไม่มีวี่แววใดๆ ที่ไอ้เด่นจะติดต่อมา ยิ่งทำให้เพื่อนๆ ในกลุ่มรู้สึกขวัญหนีดีฝ่อ และในที่สุด สงกรานต์ก็เป็นคนอาสาที่จะไปบ้านเด่นเพื่อหาคำตอบ

 กูไม่รอละ เดี่ยวไปบ้านแม่งเลย ถ้าเจอตัวนะ จะเอาให้เละเลยสาด มีใครไปบ้าง?  สิ้นข้อความของสงกรานต์ไม่นาน ทุกคนที่เหลือต่างพร้อมใจกันตอบโดยไม่ได้นัดหมาย  กูไปด้วย!  ..ในฐานะเด็กลูกคนมีเงิน ต่างก็มีรถยนต์ส่วนตัวกันหมด การนัดกันไปเจอที่บ้านของเด่นไม่ใช่เรื่องยากเลย ภาคี คือคนที่ใกล้ที่สุด จึงไปถึงก่อนคนแรก ซึ่งคำตอบที่เขาได้ยินจากป้าแม่บ้านของเด่น กลับยิ่งทำให้หัวเสียกว่าเดิม เพราะป้าแม่บ้านบอกว่า ‘เด่นออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อกลางวัน แต่ยังไม่กลับมาเลย..’

เมื่อเพื่อนในกลุ่มที่เหลือตามมากันครบ บรรยากาศก็ยิ่งกดดันหนัก พวกเขาปรึกษากันว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้พ่อและแม่ของเด่นรู้ เพราะดูจะไม่เหมาะสม และยังไม่รู้ว่าที่จริงแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับเด่นกันแน่? ..ยังไม่ทันจบการสุมหัว พ่อแม่ของเด่นก็วิ่งหน้าตาตื่นออกมา โดยพ่อตะโกนโวยวายเสียงดังลั่น สั่งคนใช้ในบ้านให้เตรียมรถเป็นการด่วน ยิ่งเห็นภาพข้างหน้า หัวใจของเพื่อนทั้ง 5 ก็ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ทั้งหมดรีบวิ่งไปหาแม่ของเด่นพร้อมกับถามว่า ‘คุณแม่ เกิดอะไรขึ้นครับ ไอ้เด่นเป็นอะไรไป?’ แม่ของเด่นที่กำลังใจเสียถึงกับทำหน้างง เมื่อถูกเพื่อนๆ ของลูกยิงคำถามใส่ จึงถามกลับว่า ‘พวกเรามาได้ยังไงเนี่ย? เด่นรถคว่ำ รู้ได้ยังไงกัน ไหนตำรวจว่าบอกเพิ่งโทรหาแม่คนแรก?’ พอได้ยินคำตอบ ทุกคนถึงกับหน้าถอดสี รู้สึกกระอักกระอ่วมในใจ ไม่มีใครกล้าบอกว่า เด่นเป็นคนส่งข้อความมาบอก เพราะกลัวแม่ของเด่นจะยิ่งเสียใจ และคิดว่าลูกชายตัวเองคิดสั้นฆ่าตัวตาย.. เกลือที่ประคองสติได้ดี รีบชิงตัดบทถามแม่กลับไปว่า ‘เด่นรถคว่ำที่ไหนครับ? เรารีบไปกันดีกว่า เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยกลับมาคุยกันครับแม่’ แม้ว่าแม่จะอยู่ในอาการสับสนมึนงง แต่ด้วยความเป็นห่วงลูกชายจึงไม่ได้สนใจเรื่องอื่น รีบเปิดประตูขึ้นรถทันที พร้อมทั้งบอกให้กลุ่มเพื่อนๆ ที่เหลือขับตามไป..

ห่างจากบ้านไปไม่กี่กิโลเมตร บนถนนตัดใหม่ที่ไม่ค่อยจะมีรถวิ่ง มีกลุ่มไทยมุงอยู่กลุ่มใหญ่ หน่วยกู้ภัย และตำรวจ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือมีรถ 2 คันสภาพยับเยิน หนึ่งในนั้นมีรถสปอร์ตเปิดประทุนของเด่น พลิกคว่ำอยู่ที่เกาะกลางถนน ขณะที่รถคู่กรณีอยู่ถัดออกไปไม่ไกลนัก เมื่อเห็นเหตุการณ์ แม่เด่นก็ถึงกับเข่าอ่อน ก้าวขาไม่ได้ ทรุดตัวลงกับพื้น ยังดีที่พ่ออยู่ใกล้ๆ จึงคว้าตัวไว้ได้ทัน

บรรดาเพื่อนๆ ที่ตามมาถึงก็เข้าใจสถานการณ์อันเลวร้ายได้ทันที พร้อมทั้งเข้าไปถามเหตุการณ์กับตำรวจ และคนแถวนั้น แต่คำตอบที่ได้กลับมาทำให้พวกเขาช็อคยิ่งกว่า เพราะแม่ค้าแถวนั้นบอกว่ารถชนกันตั้งแต่ช่วงทุ่มกว่าๆ ซึ่งความรุนแรงทำให้คนขับของทั้ง 2 คันตายคาที่ทันที และรถของเด่นคือผู้เสียหาย เพราะเป็นฝ่ายถูกชนท้ายปัดออกนอกเส้นทาง คว่ำไปหลายตลบ เนื่องจากคู่กรณีขับมาด้วยความเร็วสูง และเสียหลักเพราะยางระเบิด.. ในขณะนั้น เพื่อนๆ ทุกคนในกลุ่มกำลังรู้สึกแบบเดียวกัน คือขนในร่างกายที่กำลังลุกเกลียว พวกเขามองหน้ากันและกัน โดยไม่มีใครพูดอะไร แต่ในใจของพวกเขากำลังตั้งคำถามเดียวกันว่า

‘แล้วเด่นส่งข้อความมาหาพวกเราได้อย่างไร?’

ในเมื่อร่างอันไร้วิญญาณของเด่น ถูกห่อด้วยผ้าขาวนอนแน่นิ่งอยู่บนรถกู้ภัย.. วินัยเป็นคนแรกที่ทนบรรยากาศแห่งความอึดอัดไม่ไหว เดินไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากตำรวจ พร้อมทั้งถามหาโทรศัพท์มือถือของเด่น และก็ได้รู้ว่า มือถือของเด่นไม่ได้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อีกแล้ว มันแหลกละเอียดไปตั้งแต่ตอนเกิดเหตุ! วินัยหยิบหลักฐานที่อยู่ในถุงพลาสติกมาให้เพื่อนๆ ที่เหลือดู ทุกคนถึงกับหน้าซีดกันหมด ความกลัวยิ่งพุ่งพล่านทวีคูณแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และในขณะที่บรรยากาศเงียบสงัด ไร้เสียงพูดคุยนั้น อยู่ๆ วินัย ก็ได้ยินเสียงแว่วมาจากข้างหลังว่า ‘กูอยู่นี่ไง ไหนมึงบอกจะตบกู..’

Story by เกื้อ บ้านไกล (ผู้แต่ง)

COMMENTS