เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณสุกฤติครับ คุณสุกฤติเล่าว่า.. เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนั้นผมเพิ่งออกรถยนต์ใหม่ๆ ผมกับแฟนก็เริ่มจะไปเที่ยวกันไกลๆ ได้ แบบนึกจะไปก็ไปกันเลย ไม่ได้วางแผนอะไรกันสักเท่าไหร่ จนมีอยู่วันหนึ่ง ผมเลิกงานก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว วันถัดไปก็เป็นวันหยุด ผมเลยกลับมาชวนแฟนไปเที่ยวบางแสนกัน คือชวนเสร็จก็ไม่รีรอครับ เสื้อผ้าคนละชุดสองชุดแล้วก็ไปกันเลย

ไปถึงบางแสนตี 1 กว่า ก็ขับตระเวนหาที่พักกันทันที ไปเจอที่นึงอยู่แถวแหลมแท่น จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยก็ขับรถตรงไปถึงห้องได้เลย ลักษณะจะเป็นคล้ายๆ บ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ชั้นล่างจะไว้จอดรถ และมีบันไดเดินขึ้นไปเป็นห้องเลย ค่อนข้างจะส่วนตัว แต่ตอนขับเข้าไปก็รู้สึกแปลกๆ ตรงที่ป้ายหมายเลขห้องของผม เป็นห้องเดียวที่ใช้อักษรสีแดง หลังอื่นๆ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นสีน้ำเงินหรือดำนี่แหละ แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก เพราะง่วงสุดๆ ต้องการจะนอนไวๆ พอขึ้นไปถึงห้องเก็บกระเป๋าแล้วก็นอนทันทีครับ ปกติผมเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องลี้ลับเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยหลบหลู่อะไร สรุปคือไม่ได้สำรวจห้องหรืออะไรเลย

แล้วประมาณสักตี 4 กว่าๆ ผมก็รู้สึกตัวครับ ผมนอนด้านในติดหน้าต่าง ส่วนแฟนจะนอนติดทางเดิน แล้วข้างๆ เตียงฝั่งที่แฟนผมนอนจะมีตู้เสื้อผ้าใหญ่ และห้องน้ำ ผมมองแฟนผมที่หลับอยู่ แล้วผมก็สังเกตเห็นเงาตะคุ่มๆ รูปร่างคนยืนอยู่เลยไปตรงบริเวณหน้าตู้เสื้อผ้าครับ ผมพยายามปรับโฟกัสสายตาเพ่งดูดีๆ สิ่งนั้นมันอยู่ในผ้าห่อศพครับ! ตอนแรกก็ตกใจคิดว่า ‘เห้ย! นี่เราฝันอะไรแปลกๆ เปลี่ยนเรื่องๆ’ แต่สักพักพอจะพยายามข่มตาหลับ ก็รู้สึกทันทีเลยว่านี่มันไม่ใช่ความฝันนี่หว่า ที่เห็นอยู่มันคือของจริง! พอผมเริ่มรู้ตัวเท่านั้นล่ะ ไม่รู้ว่าผีอำหรือว่าผมกลัวจนเกร็ง คือผมขยับตัวไม่ได้เลย แต่ในใจก็คิดสู้ครับ เพราะเคยอ่านมาว่า สมองเราจะสั่งให้ร่างกายเราไม่ขยับเวลานอนฝัน แต่ผมก็พยายามหลับตาลงสักพัก แล้วลืมตามาใหม่ แต่เจ้าสิ่งนั้นในผ้าห่อศพมันก็ยังอยู่ แถมมันยังใกล้เข้ามามากขึ้น แล้วค่อยๆ โน้มตัวเข้ามาหาเตียง เอาง่ายๆ คือมันอยู่บนตัวแฟนผมพอดีเลย

ผมพยายามออกเสียง แต่เสียงมันไม่ออก เลยพยายามจะขยับมือไปหยิกแฟนครับ ตานี่หลับสนิทไม่กล้ามอง พยายามหยิกเรียกแฟนอยู่อย่างนั้น จนแฟนผมตื่น และก็เขย่าตัวผมใหญ่ถามว่า ‘เป็นอะไร?’ ถึงตรงนี้ผมกัดฟันลืมตาขึ้นมา ก็เห็นแต่แฟนที่ทำหน้าสงสัยว่าผมเป็นอะไร ส่วนเจ้าสิ่งนั้นหายไปแล้ว.. ผมน้ำตาแตกเลยครับ ผมชวนแฟนเช็คเอ้าท์ทันที โดยที่บอกแฟนว่าเดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง ก่อนไปผมก็เข้าห้องน้ำ โดยที่ผมต้องชวนแฟนเข้าไปด้วยเพราะว่ากลัวสุดๆ แล้วที่หลอนกว่านั้น ตอนเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบกระเป๋า ผมเห็นกองผ้าดิบผืนใหญ่วางอยู่ในตู้ด้านล่าง ลักษณะผ้าแบบเดียวกันกับสิ่งที่ผมเห็นเมื่อสักครู่เลยล่ะครับ! จะใช่ไหมไม่รู้ แต่ผมรีบชวนแฟนผมวิ่งออกจากห้องทันที.. ตอนเช็คเอ้าท์คืนกุญแจ แฟนผมเป็นคนไปคืนกุญแจให้ โดยผมยืนอยู่ใกล้ๆ แฟนก็ถามพนักงานว่า ‘ห้องนั้นมีอะไรหรือเปล่า?’ พนักงานก็ทำท่าทางซุบซิบกัน จับใจความได้ว่า ‘เจออีกแล้วเหรอ..’ อะไรประมาณนั้น

พอออกจากโรงแรมได้ ตอนนั้นยังมืดอยู่เลย ตี 4 ตี 5 ได้ สภาพผมคือมือสั่น น้ำตาไหล ขับรถวนอยู่ริมหาดบางแสน ปล่อยรถไหลของมันไปช้าๆ แล้วก็เล่าเรื่องให้แฟนผมฟัง ตามด้วยโทรไปเล่าให้แม่ฟัง.. พอฟ้าสว่าง ผมกับแฟนก็แวะไปทำบุญกันยกใหญ่.. พอกลับมาถึงกรุงเทพฯ ก็แวะไปหาแม่ผมก่อนเลย แม่ผมก็ถอดสร้อยพระจากคอมาคล้องให้ผมทันที เพราะปกติผมไม่ใส่สร้อยพระ จากนั้นมา ผมก็ไม่กล้าแม้แต่จะถอดพระออกจากคอเลย แล้วเวลาผมต้องไปนอนค้างต่างที่ ผมก็จะไหว้พระก่อนนอนทุกครั้งครับ

Story by คุณสุกฤติ

COMMENTS