เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณวิคครับ คุณวิคเล่าว่า.. เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ประสบกับตัวผมเองหรอกนะคับ แต่เป็นเรื่องที่คนข้างบ้านเขามาเล่าให้ฟังอีกที ซึ่งผมก็เคยได้ยินเรื่องนี้จากปากคนในหมู่บ้านหลายๆ คน ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นเหมือนกัน เริ่มเรื่องเลยนะครับ.. ย้อนไปประมาณกว่า 10 ปี ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในชนบท วันนั้นเป็นวันที่มีงานศพของคุณตาท่านหนึ่งในหมู่บ้าน งานก็จัดขึ้นง่ายๆ ที่บ้านนั่นล่ะครับ และในเย็นวันนั้นที่งานศพใกล้จะจบแล้ว เหลือแค่รอทำบุญตักบาตรในวันรุ่งขึ้น หมอดูท่านหนึ่งที่เป็นร่างทรงได้บอกกับลูกหลานของคุณตาท่านว่า ‘ให้เฝ้าดูลูกชายของคุณตาแกให้ดี ไม่งั้นเขาจะมาเอาไปแน่..’ แต่หมอดูไม่ได้บอกนะครับว่าใครที่ไหนจะมาเอาไป ทุกคนต่างก็ทั้งงง ทั้งตกใจที่หมอดูแกทักแบบนั้น ในคืนนั้นก็เลยให้ผู้ชายในหมู่บ้านประมาณ 4-5 คนมานอนเฝ้า น้าเอ๋ (ลูกชายของคุณตาท่านนี้) ที่บ้าน

พอนอนกันไปได้สักพัก อยู่ๆ น้าเอ๋ก็ตื่นขึ้นมา สายตาแกแข็งกระด้างเหมือนไม่ใช่ตัวแกครับ ทุกคนที่มานอนเฝ้าต่างลุกขึ้นพร้อมกัน พยายามจะจับแกไว้ แต่น้าเอ๋ก็ไว คว้ามีดอีโต้ได้ก่อน แล้วเอามีดอีโต้ชี้หน้าทุกคนพร้อมกับพูดว่า ‘ถ้าใครเข้ามา กูฟันจริงๆ นะ..’ ทุกคนรู้ว่าการที่น้าเอ๋มีอาการแบบนี้ มันผิดปกติละ ต้องไม่ใช่แกแน่นอน น้าเอ๋แกเริ่มแกว่งมีด แกเอาจริงครับ ทุกคนตรงนั้นไม่มีใครกล้าเสี่ยงเข้าไปใกล้เลย แล้วพอได้จังหวะ แกก็วิ่งออกจากบ้านไปครับ แต่คือวิ่งแบบเร็วผิดมนุษย์เลย เท้าเปล่าเหยียบก้อนหินก้อนกรวดแบบไม่รู้จักเจ็บ แล้วหายไปในทุ่งนาท่ามกลางความมืด ทำเอาทุกคนต่างพากันตะลึง..

กลางดึกคืนนั้น ผู้ชายในหมู่บ้านก็พากันออกไปตามหา แต่หาเท่าไรก็หาไม่เจอเลย อีกทั้งเป็นคืนเดือนมืด มืดสนิท ไม่มีแสงจันทร์ที่จะพอช่วยให้เห็นทุ่งนาหรือเงาอะไรต่างๆ ได้เลย หากันไปได้พักใหญ่ ทุกคนต่างก็หมดแรง เลยกลับมาปรึกษากับรองผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งก็เป็นญาติกับน้าเอ๋ที่หายตัวไป แกเลยไปหาหมอดูครับ คือต้องรบกวนกันกลางดึกเลยทีเดียว การที่หาคนหาย หมอดูท่านนี้มีครู ซึ่งไม่ใช่ว่าแกจะดูได้เลยนะครับ คือแกเป็นร่างทรงที่ต้องมีการประทับเข้าร่างก่อน แกบอกกับทุกคนที่มาว่า ‘ถ้าหาไม่เจอคืนนี้ พรุ่งนี้คนที่ตามหาก็จะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว..’ ทุกคนได้ฟังก็ตกใจมาก พอถามถึงว่าเป็นใครกันที่จะเอาชีวิตน้าเอ๋? ร่างทรงแกก็ตอบว่า เป็นเจ้ากรรมนายเวรคู่อริของน้าเอ๋ ที่ตายโหง แค้นอาฆาตมาก จ้องจะเอาชีวิตให้ได้ แต่ดวงของคุณตาท่านคุ้มครองอยู่ พอคุณตาเสีย มันก็มาเลย.. ทุกคนต่างพากันหน้าถอดสีครับ คืนนั้นก็เลยต้องออกตามหาน้าเอ๋กันอีก หาจนแทบไม่ได้หลับได้นอน แต่ก็ยังหาไม่เจออยู่ดีครับ สุดท้ายทุกคนต่างก็ทำใจ และพอจะรู้ชะตากรรมของน้าเอ๋แล้ว..

พอรุ่งเช้า พระอาทิตย์เริ่มขึ้น ทุกคนก็ออกตามหากันอีก มีรองผู้ใหญ่บ้านมาเป็นผู้นำในการหา โดยที่ต่างก็รู้กันดีว่าการตามหาในเช้านี้ ไม่ใช่การตามหาน้าเอ๋ แต่เป็นการหาศพของน้าเอ๋ว่าจะอยู่ที่ไหน.. สถานที่แรกเป็นทุ่งนาหลังบ้าน เพราะน้าเอ๋แกวิ่งออกไปกลางทุ่งตอนดึก ทีแรกก็หากันตามพื้น คิดว่าแกอาจจะเป็นศพนอนอยู่กลางทุ่งนา แต่ก็หาไม่เจอคับ.. เลยทุ่งนาไปจะมีป่าอยู่แห่งหนึ่ง ทุกคนเลยแยกย้ายกันเดินดูบริเวณรอบๆ ป่า พอเดินไปหาสักพัก รองผู้ใหญ่บ้านท่านก็เหมือนมีอะไรมาดลใจให้เงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีลำต้นสูงตรงมาก แทบจะไม่มีกิ่งเลย แกค่อยๆ เงยดูจากใต้ต้นไม้ ไล่ขึ้นไปอย่างช้าๆ แล้วสายตาก็ต้องไปหยุดชะงักอยู่กับเท้าคนซีดๆ คู่หนึ่ง อยู่ตรงกับตำแหน่งที่แกยืนเลยครับ พอถอยมาดู เท่านั้นแหละ ชัดเลย! เป็นร่างของน้าเอ๋ผูกคอตายด้วยผ้าขาวม้าอยู่บนยอดต้นไม้ครับ! แต่ที่แปลก และยังหาคำตอบไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้คือ น้าเอ๋แกปีนขึ้นต้นไม้ด้วยมือเปล่าไปแขวนคอได้สูงขนาดนั้นได้อย่างไร? ลำต้นตรงแทบจะไม่มีกิ่งให้เกาะเลยด้วยซ้ำ ชาวบ้านกว่าจะขึ้นไปเอาศพลงมาได้ ต้องต่อบันไดลิงขึ้นไปอย่างทุลักทุเล.. แล้วทุกคนก็ต้องตกใจอีกครั้งกับสภาพศพแก ที่บอบช้ำอย่างหนัก มีบาดแผลถลอกปอกเปิกหลายจุด กระดูกหักหลายท่อน ราวกับว่าน้าเอ๋แกปีนขึ้นต้นไม้แล้วตกลงมาหลายครั้งหลายครา ก่อนจะขึ้นไปแขวนคอตายได้สำเร็จ..

Story by คุณวิค

ความคิดเห็น
Loading...