เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณแบงค์ครับ คุณแบงค์เล่าว่า.. ย้อนไปเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ผมได้เข้าเรียน ม.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ช่วงนั้นพี่ๆ ม.5 ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายที่โรงเรียนเป็นเวลา 3 วัน 2 คืนครับ ทุกอย่างราบรื่นดี จนมาเกิดเรื่องขึ้นในคืนที่ 2 นี่เอง คืนนั้นมีกิจกรรมปิดตาเดินตามเชือก โดยเชือกจะถูกผูกโยงไปทั่วโรงเรียน รุ่นน้องที่เข้าค่ายจะต้องถูกผ้าปิดตาไว้ แล้วปล่อยออกไปจากหอประชุมทีละคนๆ ..จนในที่สุดก็ถึงตาของผมครับ ผมจับเชือกไว้ไม่ปล่อยเลย ระหว่างทางจะมีพี่ๆ สตาฟคอยกระซิบอยู่ตลอดว่า ‘อย่าแอบดูนะ ให้เดินตามเชือกไปเรื่อยๆ..’ ผมก็รู้สึกโอเคที่ยังมีพี่ๆ อยู่ใกล้ชิด

กิจกรรมนี้จะแบ่งเป็นฐาน 5 ฐาน แต่ฐานที่ผมจำได้ขึ้นใจไม่มีวันลืมเลย คือฐานที่ 5 ‘รำแก้บน’ ครับ พี่เขาจะเล่าให้ฟังว่า ‘ที่โรงเรียนเรามีรุ่นพี่นางรำคนหนึ่งเสียชีวิตอยู่ตรงนี้ และพี่เขาจะพารุ่นน้องที่รำไม่สวยไปอยู่ด้วย..’ จากความรู้สึกของผมที่เดินมา ตรงจุดนี้น่าจะเป็นลานกว้างที่ข้างตึกนาฏศิลป์ พอรุ่นพี่สตาฟมากระซิบว่า ‘เริ่มรำได้’ เสียงดนตรีไทยเดิมก็ค่อยๆ ดังขึ้นๆ แล้วผมก็เริ่มรำครับ คือตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร ก็รำให้สวยไว้ก่อนเท่าที่จะทำได้ เพราะผมกลัวมาก พอรำไปสักพัก ประมาณนาทีกว่าๆ เสียงรอบข้างก็เงียบลง เหลือแต่เสียงดนตรีไทยเดิมกับเสียงลมหายใจของผมเท่านั้น ผมก็เริ่มกลัวละ แต่ก็ไม่ได้หยุดรำนะครับ ก็ยังรำต่อไป (ตอนนั้นผ้าปิดตาอยู่นะครับ) ระหว่างที่รำๆ อยู่ ผมก็ได้ยินเสียง ‘กริ๊งๆ’ เหมือนเสียงกระดิ่งเบาๆ และค่อยๆ ดังขึ้นๆ ในหัวผมนึกภาพคนใส่ชุดไทยขึ้นมาเลย ตอนนั้นขนเริ่มลุกขึ้นมาจากหลังละครับ แล้วจากนั้นก็มีเสียงมากระซิบว่า ‘แขนเหยียดตรง หน้าเชิด ย่อเข่าสิ..’ ผมได้ยินประโยคนี้ประมาณ 3 ครั้ง ก่อนจะมีมือมาจับที่มือของผม ผมนี่สะดุ้งเลย แต่ก็ยังรำต่อไป เพราะมือที่มาจับมันเหมือนมือคนเราธรรมดา อุ่นๆ นุ่มๆ พร้อมเสียงพูดอีกว่า ‘แขนเหยียดตรง หน้าเชิด ย่อเข่าสิ..’ มือก็จับมือผมทั้ง 2 ข้างเหมือนจะจัดท่าให้ ปากก็พูดประโยคเดิมซ้ำๆ ไปเรื่อย ประกอบกับดนตรีไทยเดิม กับเสียงกระดิ่ง ทำเอาผมใจคอไม่ดีเลย..

ผมตัดสินใจเอ่ยปากถามพี่สตาฟเบาๆ ว่า ‘ยังไม่พอเหรอครับพี่?’ ทันใดนั้นมือที่จับผมอยู่ก็ปล่อย เสียงกระดิ่งก็เงียบไป และดนตรีไทยเดิมก็ดับไป ทุกอย่างเงียบหมดเหมือนผมอยู่คนเดียวตรงนั้น ผมก็เรียกพี่สตาฟด้วยเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ประมาณเกือบนาทีได้ แต่ก็ไม่มีใครตอบ จะเปิดตาก็ไม่กล้า กลัวเห็นอะไรที่ไม่อยากจะเห็นเข้า ปากก็ตะโกนเรียกอยู่อย่างนั้น ผมยืนตัวสั่นอยู่ประมาณ 3 นาทีหลังจากเพลงดับไป มันเป็น 3 นาทีที่นานมากสำหรับผม.. สักพักหนึ่งก็มีเสียงพี่ๆ สตาฟหลายคนเลย ตะโกนอยู่ไกลๆ ว่า ‘เห้ยๆ น้องคนนั้นไปทำไรตรงนั้น?’ แล้วพี่ๆ ก็วิ่งเข้ามาหาผม จับตัวผมแล้วค่อยๆ พาผมไปที่หอประชุม ระยะทางจากที่ที่ผมอยู่กับหอประชุมก็ห่างกันพอสมควร.. พอถึงหอประชุม เสียงคนคุยกันก็ดังขึ้นเหมือนเดิม ผมนี่ใจชื้นเลย พี่ๆ สตาฟก็จัดแจงให้ทุกคนนั่งในหอประชุมเป็นแถวๆ พอครบแล้วก็บอกให้เปิดตาได้ ผมก็เปิดผ้าออก พี่ๆ สตาฟก็พูดกันไปโดยที่ไม่มีใครสนใจเรื่องของผมเลย ผมเห็นทุกคนดูปกติดี ก็เริ่มสบายใจ คิดว่าคงเป็นแผนแกล้งของพวกพี่ๆ เขานั่นแหละ.. พอเลิกจากกิจกรรม ผมกำลังจะเดินกลับห้องพักกับเพื่อนๆ พอดีไปเจอกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดไทยสีเขียว ประดับด้วยเครื่องประดับเต็มยศ ทั้งกำไลแขน กำไลข้อเท้า แต่บนหัวไม่ได้ใส่อะไร ในใจผมก็คิดว่าพี่คนนี้แหละที่มาจับมือสอนผมเมื่อกี้ ผมก็เลยเดินเข้าไปถามพี่เขาว่า ‘พี่ใช่ไหมที่คุมฐาน 5’ พี่เขาก็ยิ้มๆ แล้วพูดแค่ว่า ‘แขนเหยียดไม่ตรงนะ..’ จังหวะนั้นพวกเพื่อนๆ ผมก็ตะโกนเรียกผมขึ้นตึกพอดี ผมก็เลยวิ่งไปตามเพื่อนๆ ไป คือคืนนั้นผมได้เจอพี่คนนั้นก็โล่งใจแล้ว นอนหลับสบายเลย

แต่เรื่องมันไม่จบเท่านี้น่ะสิครับ..

เช้าวันต่อมาระหว่างที่กินข้าวกัน มีพี่สตาฟผู้ชายคนหนึ่งมานั่งกินข้าวกับกลุ่มของพวกผม พี่เขาถามผมว่า ‘เออ เมื่อคืนนี้น้องไปทำอะไรตรงลานข้างห้องนาฏศิลป์?’ ผมก็ตอบไปว่า ‘อ่าวพี่ ก็ไปรำแก้บนฐาน 5 ไงครับ มีดนตรี มีคนสอนพร้อม ดีมากเลย..’ แต่พี่สตาฟกลับทำหน้าเหวอใส่ แล้วบอกผมว่า ‘น้องครับ.. ฐานที่ 5 คือฐานรำแก้บนจริง แต่ทุกคนต้องไปรำพร้อมกันที่หอประชุมนะ แล้วก็ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นกับน้องตอนที่พี่ไปเจอนะครับ..’ ผมนี่เงิบเลย แต่ผมก็หัวเราะนะ เพราะคิดว่าพี่เขาแกล้ง ผมก็บอกกับพี่เขาไปว่า ‘พี่อย่ามาหลอกผมเลย เมื่อคืนผมก็ได้คุยกับพี่ผู้หญิงที่แต่ชุดนางรำแล้ว เพื่อนๆ ผมก็เห็น’ พูดจบ เพื่อนๆ ที่นั่งกินข้าวกันอยู่ก็หันมามองผมอย่างพร้อมหน้ากัน แล้วบอกว่า ‘เห็นอะไรวะ?’ ผมก็บอก ‘ก็พี่ผู้หญิงที่ใส่ชุดไทยเมื่อคืน ก่อนไปนอนไง’ เพื่อนข้างๆ ผมหันมาแล้วพูดว่า ‘เมื่อคืนนี้มึงเดินไปบ่นอะไรคนเดียวที่กำแพงก็ไม่รู้ พวกกูเลยเรียกมึงไปนอนไง..’ ผมนี่เงิบครั้งที่ 2 สิครับ.. ตอนนั้นผมใจคอเริ่มไม่ดีแล้ว พี่สตาฟเลยให้ผมเล่าให้ฟังตั้งแต่แรก ว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ผมก็เล่าทั้งหมดไปตามที่ผมเจอนั่นแหละครับ..

พอเล่าจบ พี่สตาฟก็ดูหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัดเลย และบอกกับผมว่า ‘พี่จะเล่าอะไรให้ฟังนะ เรื่องที่มีรุ่นพี่นางรำเสียชีวิตที่ลานข้างห้องนาฏศิลป์น่ะ ไม่มีใครเอามาพูดเล่นๆ หรอกน้อง เพราะเขาเป็นเพื่อนในชั้นพี่เอง วันที่โรงเรียนมีงานแข่งทักษะ เพื่อนพี่คนนี้ได้รับหน้าที่ให้ถือป้ายโรงเรียน เขาไปเปลี่ยนชุดไทยบนห้องนาฏศิลป์ แต่งเรียบร้อย กำลังจะสวมชฎาอยู่ตรงริมหน้าต่าง แล้วจู่ๆ เกิดหน้ามืดพลัดตกหน้าต่างลงมาที่ลานกว้างเสียชีวิต..’ ผมได้ยินแล้วถึงกับตัวสั่นน้ำตาคลอ เพราะตอนที่คุยกับพี่เขาเมื่อคืน บนหัวพี่เขาก็ไม่มีชฎาจริงๆ ทั้งที่ผมก็ไม่ได้บอกใครเรื่องชฎา.. พี่ๆ คนอื่นเห็นผมจะร้องไห้เลยวิ่งมาดู และช่วยกันปลอบใจว่า ไม่มีอะไร พี่เขาอาจจะแค่ต้องการตัวแทนมารำให้เค้า บอกผมว่าอย่ากลัวเลย ผมคิดในใจ ‘โอ้โห.. เจอขนาดนี้ไม่ให้กลัวได้ไงวะ?’ ..หลังจากกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายไปเก็บข้าวของกัน ก่อนจะกลับ พี่ๆ สตาฟก็ได้พาผมไปไหว้รูปของรุ่นพี่นางรำคนนั้นในห้องนาฏศิลป์ด้วย พอผมเห็นรูปเท่านั้นแหละ ขนลุกซู่เลยครับ น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาอีกครั้ง คือเป็นหน้าของพี่ผู้หญิงคนที่ผมเห็นเมื่อคืน ผมจำได้แม่นเลย ถึงในรูปจะเป็นชุดนักเรียนก็ตาม.. ผมก็อธิษฐานให้พี่เขาไปสู่สุขคติ อย่ามาหลอกมาหลอนกันอีกเลย

พอเช้าวันเปิดเรียน เรื่องของผมเป็นที่พูดถึงกันมาก และเรื่องนี้ทำให้ทางโรงเรียนได้ทำบุญครั้งใหญ่ ห้องนาฏศิลป์นั้นก็ถูกเปลี่ยนเป็นห้องสอนศาสนาแทน รูปของรุ่นพี่ในห้องนาฏศิลป์ก็ถูกนำไปตั้งไว้กับศาลเจ้าที่ และตั้งแต่วันนั้น ก็ไม่มีใครพบเจอรุ่นพี่คนนี้อีกเลย..

Story by คุณแบงค์

COMMENTS