เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณหนึ่งครับ คุณหนึ่งเล่าว่า.. เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับผมในสมัยวัยเด็ก ที่จังหวัดอยุธยา ในยุคที่ยังใช้เพจเจอร์กันอยู่เลย คือวันนั้นบ้านข้างๆ ผมเขามีญาติมาเยี่ยมครับ ทีนี้ตอนญาติเขากลับ แกดันเผลอวางเพจเจอร์ไว้บนหลังคารถ ขับไปมันก็หล่นหายสิครับ แกก็เลี้ยวรถกลับมา มาวานให้ผมกับเพื่อนๆ แถวบ้านช่วยกันเดินหาตามข้างทางให้ที ตอนนั้นเวลาพลบค่ำแล้วด้วย พวกผมก็เดินส่องไฟฉายหากันไปเป็นกลุ่มใหญ่เลย เดินหาจนมาถึงบริเวณใกล้กับบ้านร้างหลังหนึ่ง ที่ถ้ามองจากถนนปูนเข้าไปก็จะเห็นประตูบ้านอยู่ไกลๆ ณ ตอนนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรกับบ้านนี้เท่าไร เพราะมัวแต่วุ่นอยู่กับการหาเพจเจอร์

จนมีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมหันไปทางหลังคาบ้านร้างนั่นพอดี สิ่งที่เห็นคือลูกไฟสีส้มๆ ขนาดเท่าลูกมะพร้าวได้ มันกำลังลอยเอื่อยๆ วนอยู่เหนือบ้านร้างหลังนั้นครับ ผมตกใจแล้วหันไปบอกกับทุกคน พร้อมชี้ให้ดูลูกไฟประหลาดนั่น ปรากฏว่าทุกคนเห็นเหมือนกันหมดครับ ไม่ใช่ตาฝาดแน่นอน จนพวกผู้ใหญ่เขาเริ่มเห็นท่าไม่ดี เลยชวนทุกคนกลับบ้านเลยครับ สรุปเพจเจอร์ก็หาไม่เจอ เรื่องลูกไฟนั่นก็พาให้ทุกคนฉงนใจไปหลายวัน ว่ามันคืออะไร? ..แล้วเรื่องนี้มันก็ผ่านไปจนผมเกือบจะลืมไปแล้ว แต่กลับต้องมาโดนกับตัว และเพื่อนฝูงอีกจนได้ครับ

เหตุมันเกิดตอนผมบรรพชาเป็นสามเณร ตอนเช้ามืดจะต้องพายเรือข้ามฟากไปบิณฑบาตทุกๆ วัน และไอ้เส้นทางที่ไปนี่ก็จะต้องผ่านบ้านร้างหลังนั้นด้วยนี่สิ.. มีวันหนึ่งพระพี่เลี้ยงอาพาต พวกผมก็เณรไฟแรงเลยอาสาไปกันเอง มีด้วยกัน 7 รูป ระหว่างทางมีช่วงหนึ่งจีวรผมเกิดหลุดครับ เลยต้องแวะมันหน้าบ้านร้างนี่ล่ะ ผมเอาบาตรวางบนปากโอ่งน้ำใบใหญ่ แล้วก็ยืนห่มจีวรใหม่ ระหว่างนั้นเณรเพื่อนผมที่รอกัน ก็มือบอนเดินไปเด็ดฝักมะขามหน้าบ้านมากิน หลังจากนั้นพักเดียว กลิ่นเหม็นเน่านี่ลอยมาเลยครับ แถมจู่ๆ บาตรผมที่วางอยู่บนโอ่งน้ำมันก็หมุนติ้วๆ เองเฉยๆ หมุนจนบาตรคว่ำลงพื้นเลย ผมตะโกนร้อง ‘เห้ย!’ เสียงดัง จนเณรเพื่อนต้องกลับมาดูว่าเป็นอะไร จังหวะนั้นสายตาผมดันมองไปที่หน้าต่างชั้น 2 ของบ้าน ..ชัดเลยครับ ลูกไฟสีส้มๆ ลอยผ่านหน้าต่างไปเต็ม 2 ตาเลย.. มันทำให้ผมนึกย้อนไปถึงคืนนั้นที่หาเพจเจอร์ ตัวผมสั่น ขนนี่ลุกขึ้นมาทันทีเลย ผมหูตาเหลือกรีบโกยถุงข้าวใส่บาตร แล้วรีบเดินออกไปให้พ้นจากบ้านหลังนั้นทันทีเลยครับ

จากวันนั้น ผมได้เคยถามพวกคนแก่ๆ ระแวกนั้น เขาบอกว่าบ้านหลังนั้นน่ะ เจ้าของบ้านเป็นคนหวงบ้านมาก โจรขโมยไม่เคยได้เข้าหรอก แต่วันหนึ่งเจ้าของบ้านกลับผูกคอตายในห้องนอน หลังจากนั้นมาบ้านก็ถูกทิ้งร้างเอาไว้อย่างนั้น ว่ากันว่าเฮี้ยนมาก เพราะวิญญาณแกยังคงหวงบ้าน เลยไม่มีใครกล้าไปยุ่ง ทั้งๆ ที่เป็นทำเลทอง.. แต่ปัจจุบันที่ผมผ่านไปเห็น คือบ้านนั้นถูกรื้อถอนไปเรียบร้อยแล้วครับ

Story by คุณหนึ่ง

COMMENTS