เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณเพชรครับ คุณเพชรเล่าว่า.. ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเราอยู่ ปวช.2 ค่ะ วันนั้นเป็นวันสอบวันสุดท้ายของเทอม เพื่อนสนิทเราคนหนึ่งชื่อ บี (นามสมมติ) ได้ชวนเราไปนั่งเล่นที่สวนหน้าโรงเรียนหลังสอบเสร็จ บีเล่าให้เราฟังว่า ‘กูท้องได้ 7 อาทิตย์แล้ว จะทำยังไงดี?’ เราก็ตกใจมากเลยถามไปว่า แล้วพ่อของเด็กรู้หรือยัง? คำตอบคือ ‘รู้แล้ว.. แต่พอรู้เค้าก็เหมือนตีตัวออกห่าง พ่อแม่เค้าไม่ยอมรับ’ บีพูดไปร้องไห้ไป แล้วบีก็ขอมานอนที่บ้านเราสักพัก ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน เราก็ตกลง..

ระหว่างนั้น เราก็คิดว่าจะช่วยบีได้ยังไง? แต่ไม่ว่าคิดยังไงก็มีทางเดียวคือ ต้องบอกพ่อแม่ของบี แต่บีก็ไม่ยอมเด็ดขาด เราจึงทะเลาะกับบีหนักมาก จนบีหลุดพูดออกมาว่า ‘ตอนนี้กูกินยาขับเลือดไปแล้ว ที่มานอนบ้านมึงเพราะเผื่อเด็กหลุดมึงจะได้ช่วย..’ เรานี่อึ้งไปเลย คราวนี้ทะเลาะกันดังมาก จนย่าเราต้องมาดูว่าเป็นอะไรกัน พวกเราถึงเงียบ.. เราพยายามขอร้องให้บีไปโรงบาล แต่บีไม่ยอม จน 2 วันต่อมา ประมาณตี 3 กว่าๆ เราตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงร้อง ‘โอ๊ย ปวดท้อง โอ๊ยยย! แล้วก็เสียงครางร้องไห้เหมือนจะเป็นจะตาย พอเราลืมตามา เห็นบีนั่งขดตัว เลือดไหลเต็มหว่างขาเลย เราตกใจมาก ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกจริงๆ เลยวิ่งไปตามพ่อเรามาช่วย พ่อเราก็รีบพาบีไปส่งโรงพยาบาลทันที

ผ่านเรื่องวันนั้นมา แน่นอน โดนพ่อเราด่ายับทั้งคู่เลย.. ผ่านไปจนเปิดเทอม บีมาเล่าให้ฟังว่า นอนไม่ได้เลย ได้ยินแต่เสียงเด็กร้องไห้เกือบทุกคืน บางคืนตอนหลับ ก็เหมือนมีเด็กมาดูดนมด้วย ทีแรกคิดว่าฝันไป แต่พอตื่นมา เสื้อตรงจุดนั้นมันก็เปียกเป็นดวงเหมือนมีคนมาดูดจริงๆ ทั้งที่นอนอยู่คนเดียว.. เราก็ได้แต่ปลอบไปว่า ไม่มีอะไรหรอก ไปทำบุญให้เค้าเยอะๆ ส่วนตัวเราก็ทำบุญให้เด็กคนนั้นตลอดเช่นกัน..

เวลาผ่านไป ใกล้จะเรียนจบก็ต้องทำโปรเจ็คสุดท้าย จึงนัดกันว่ามาทำงานที่บ้านเราแล้วกัน ในกลุ่มมีทั้งหมด 9 คน แน่นอนว่ามีบีด้วย ตอนนั้นต้องบอกเลยว่าบีโทรมมากๆ จากคนอวบนิดๆ เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก.. พวกเราก็นั่งทำงานตามหน้าที่ของแต่ละคนไป จนมีเพื่อนคนหนึ่งออกไปเข้าห้องน้ำ พอกลับเข้ามาในห้องนางก็ร้อง ‘กรี๊ด’ ขึ้นมา แล้วก็บอกว่า ‘บีๆๆ มีเด็กเกาะไหล่แกอยู่!’ จังหวะนั้นทุกคนกระโดดไปรวมอยู่บนเตียงกันหมดรวมทั้งบีด้วย สักพักก็ได้ยินเสียงเด็กทารกร้องไห้ คือร้องแบบแหกปากร้องเหมือนจะขาดใจ ได้ยินกันหมดทุกคนเลยค่ะ คือไม่ว่าจะเอามือปิดหู แต่เสียงก็ไม่ดังลดลงเลย ตอนนั้นตัวแข็งทื่อคิดอะไรไม่ออกว่าจะทำยังไงกันดี และวันนั้นบ้านเราก็ไม่มีใครอยู่เลยด้วย.. ตอนนั้นเอง หางตาเราก็เห็นว่ามีอะไรผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ข้างๆ บี เราเลยหันไปมอง โป๊ะเชะเลย! สิ่งที่เห็นคือเด็กทารกตัวเล็กมากๆ เกาะไหล่บีอยู่ ลักษณะคือโผล่มาแค่ช่วงหัวจนถึงหน้าอก มีเลือดเต็มตัว ไม่มีลูกตา คือมันโบ๋เป็นหลุมลงไปเลย และมือ 2 ข้างโอบตรงช่วงคอบีไว้ แต่มือขวายาวจนสามารถโอบมาจนถึงมือซ้าย ที่เกาะอยู่บนไหล่บีได้

จากนั้นเสียงร้องไห้ก็กลายเป็นหัวเราะชอบใจ เพื่อนๆ ถามเราว่า ‘เพชรบ้านมึงเลี้ยงกุมารเหรอ?’ เพราะเพื่อนไม่มีใครรู้เรื่องบีเลย เราก็ได้แต่มองหน้าบี แล้วทุกคนก็พร้อมใจกันออกมานั่งจับกลุ่มกันหน้าเซเว่น ที่หน้าหมู่บ้าน รอจนถึงเช้า ค่อยกลับไปเอาข้าวของแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน.. พอพ่อเรากลับมา เราเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง พ่อเลยรีบพาเราไปหาหลวงตาที่พ่อนับถือมาก หลวงตาท่านบอกว่า ‘วิญญาณเขาอาฆาตมาก ให้พาตัวแม่เขามาด้วย..’ เราจึงโทรบอกบีให้รีบตามมา.. พอบีมาถึงก็กราบหลวงตา และก็เอาแต่ร้องไห้ ใช้มือขยี้ตาไปมา ลักษณะเหมือนไม่ใช่บีเลย หลวงตาท่านถามก็ไม่ตอบ พูดแต่ว่า ‘ฆ่าหนูทำไม..’ วนไปวนมาเป็นครึ่งชั่วโมง หลวงตาจึงหันมาบอกพ่อเราว่า ‘เรื่องนี้อาตมาช่วยได้แค่นี้แหละโยม กรรมใครกรรมมัน เขาจะอยู่แบบนี้ไปจนกว่าจะถึงเวลาของเขา..’ จนบีเลิกร้องไห้ได้สติคืนกลับมา เราจึงเล่าให้บีฟัง และด้วยความที่บีคงโมโหขาดสติหรือยังไงไม่ทราบ บีก็ตะโกนลั่นศาลาว่า ‘อยากอยู่ก็อยู่ไป จะมาหลอกมาหลอนก็ทำไป แต่อยู่ไปแบบอดๆ อยากๆ นี่แหละ บุญก็จะไม่ทำให้แล้ว!’ ตอนนั้นเราได้ยิน เราก็รู้สึกสงสารเด็ก เลยปากไวไปทักว่า ‘มาอยู่กับแม่ก่อนมั๊ย? ถึงเวลาหนูค่อยไป..’ อารมณ์ตอนนั้นยอมรับเลยว่า อยากตบบีมากกว่า ไปทำเค้าแล้วยังจะปากดีอีก.. พอจบเรื่องวันนั้นเราก็ทำบุญให้ตลอด

จนผ่านไป 2 ปี.. เราได้ไปรู้จักกับร่างทรง และเทศกาลอย่างหนึ่งของภาคใต้ มีร่างทรงมาทักว่า ‘ทำไมไม่ตั้งหิ้งให้น้องล่ะ? ซื้อของเล่นวางไว้ให้น้องบ้าง หรือซื้อหุ่นให้เขาได้เข้าไปจำศีลในนั้นบ้าง..’ เราก็งง ว่าเขารู้ได้ยังไง? หรือเขาเห็นอะไร? ตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้ 8 ปีแล้ว กลายเป็นกุมารทองของเราไปเลย.. จากที่เราไม่เชื่อ ตอนนี้เชื่อสนิทใจเลยว่าผีมีจริงค่ะ.. ส่วนบีพอเรียนจบก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป ไม่มีเพื่อนคนไหนได้ติดต่อกับบีอีกเลย..

Story by คุณเพชร

COMMENTS