เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณลิปตาครับ คุณลิปตาเล่าว่า.. เรื่องนี้ผ่านมาได้ 5 ปีแล้ว.. ตอนนั้นเราสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เลยต้องรีบย้ายจากต่างจังหวัด มาเช่าหอแห่งหนึ่งอยู่กับเพื่อนเรา เป็นหอนอกมีทั้งหมด 9 ชั้น อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยเลย เงียบสงบดูปลอดภัยดี อยู่ในซอยไม่เปลี่ยวมากเท่าไหร่ มีวินมอเตอร์ไซค์วิ่งตลอดค่ะ ที่หอแห่งนี้จะมีทั้งพวกนักศึกษา และคนทำงานทั่วไปมาเช่าพักอยู่ ทำให้ค่อนช้างจะเต็มหมดทุกชั้น

เราอยู่ไปปีแรกๆ ก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างปกติเรียบร้อยดี จนมาปีสุดท้าย มีอยู่ช่วงหนึ่ง เราต้องไปนอนเฝ้าพี่สาวเราที่โรงพยาบาล 2 คืน และคืนต่อมาเป็นคืนที่เราต้องกลับหอดึกมาก ประมาณตี 2 ค่ะ.. คืนนั้นวินมอเตอร์ไซค์ในซอยไม่มีสักคัน เราเลยต้องเดินกลับหอเอง แต่ก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่นัก เดินจนมาถึงหน้าหอ เราก็ดันลืมคีย์การ์ดไว้ที่ห้อง เลยต้องปลุกลุงยามที่นั่งหลับอยู่หน้าหอให้ช่วยเปิดประตูให้.. ห้องเราจะอยู่ชั้น 5 นะคะ เราก็ขึ้นลิฟท์ไป พอประตูลิฟท์เปิดออก เราเห็นผมค่ะ ผมสีดำยาวอยู่ตรงหน้าเรา ห้อยลงมาจากด้านบนประตูลิฟท์ เราเลยมองตามขึ้นไป สิ่งที่เราเห็นคือ ใบหน้าผู้หญิงสภาพตาเหลือก ลิ้นจุกปาก และมีเชือกรัดที่คออยู่ กำลังห้อยหัวลงมาจากด้านนอกประตูลิฟท์! ตอนนั้นเราตกใจมาก แหกปากร้องกรี๊ดเสียงดังไปทั่วชั้น 5 พร้อมกับวิ่งไปที่ห้อง เคาะประตูห้องเสียงดัง ตอนนั้นจำได้ว่าไม่มีห้องไหนเปิดมาดูเลย พอเพื่อนเราเปิดประตูมา เพื่อนก็รีบดึงเราเข้าไปให้ห้องอย่างรวดเร็ว และบอกเราว่า ‘แกนอนก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไร พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน!’ คืนนั้นเราไม่อาบน้ำ ไม่ล้างหน้า ไม่แปรงฟัน รีบคลุมโปงนอนทันที หลับยาวไปจนถึงเช้าเลยค่ะ..

พอตื่นเช้ามา เรารีบบอกเพื่อนว่า ‘แก เมื่อคืนฉันโดนผีหลอก!’ เพื่อนเลยรีบเล่าให้ฟังว่า ‘ช่วงคืนที่แกไม่อยู่ มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งในหอเรา ถูกข่มขืนแล้วฆ่าตรงทางขึ้นบันหนีไฟชั้น 5 ข้างๆ ลิฟท์ วันต่อมาถึงมีแม่บ้านไปพบศพ อยู่ในสภาพเปลือย มีเชือกรัดคอ และมีด้ามไม้ถูพื้นของแม่บ้านยัดคาไว้ที่ช่องคลอด..’ เราฟังแล้วแทบจะเป็นลม เพราะมันช่างตรงกับสิ่งที่เราเห็นเมื่อคืน ทั้งที่เรายังไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรให้เพื่อนฟังเลย เพื่อนเราเล่าต่อว่า ‘พี่ผู้หญิงคนนั้นพักอยู่คนเดียวที่ชั้น 6 เป็นคนหน้าตาดี ฉันเจอพี่เขาทุกวัน และก็ทักทายกันทุกครั้ง ไม่น่าเลย..’

หลังจากนั้นทางตำรวจก็ได้เรียกคนในหอมาสอบปากคำ แต่สรุปคนร้ายไม่ใช่คนในหอ แต่เป็นวินมอเตอร์ไซค์ในซอย ที่รับส่งพี่คนนั้นเอง ตำรวจก็จับตัวได้ในวันรุ่งขึ้นทันที หลังจากที่พี่คนนั้นตายไปได้เพียงวันเดียว ซึ่งเป็นช่วงที่เราไม่ได้กลับหอนั่นเอง เราเลยไม่รู้เรื่องอะไรเลย และคนในหอ กับเพื่อนเราทุกคนรู้กันหมด แต่ไม่มีใครกล้าโทรไปบอกเรา เพราะรู้ว่าเราเป็นคนกลัวผีมากๆ.. จากนั้นอีก 2 วัน เราก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น รวมถึงคนส่วนใหญ่ในชั้น 5 ก็ได้ย้ายออกกันหมดค่ะ เรื่องนี้เคยลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐด้วยนะคะ นึกแล้วยังขนลุกไม่หายเลย ติดตาเรามากๆ

Story by คุณลิปตา

ความคิดเห็น