เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ส่งเข้ามาจากคุณเบลส์ครับ คุณเบลส์เล่าว่า.. สมัยผมเรียน ม.3 กำลังวัยรุ่น ออกจะเกเรนิดๆ ในกลุ่มผมจะมีกันอยู่ 4 คนครับ คือ อ๋อย เบน แป้ง และผม พวกผมจะชอบขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวต่างอำเภอกัน เที่ยวงานวัด งานรื่นเริงอะไรพวกนั้น.. มีครั้งหนึ่ง เป็นงานประจำอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พวกผม 4 คน ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวกัน กินเหล้า กินเบียร์ เล่นรถบั้มพ์ ปาโป่ง สนุกกันเต็มที่ครับ พอดึกได้ที่ ผมก็ชวนทั้ง 3 คนกลับบ้านกัน ซึ่งวันนั้นนัดกันจะนอนบ้านผม เพราะอยู่ใกล้สุด

พอกำลังจะเดินออกจากงาน พวกผมก็ดันไปเจอร้านเสื้อผ้ามือ 2 หน้างานร้านหนึ่ง เลยชวนกันแวะดู ผมเหลือบไปเห็นเสื้อหนังสีน้ำตาลเงาวับแขวนอยู่หลังร้าน ก็รีบปรี่เข้าไปหยิบดู และถามราคาคนขายทันที คนขายก็อ้ำๆ อึ้งๆ บอกว่าตัวนี้ไม่อยากขาย จะเอาไว้โชว์ ไอ้ผมมันก็อยากได้ เลยอ้อนวอนคะยั้นคะยอให้ขาย จนสุดท้ายเจ้าของร้านก็ยอม โดยให้ราคา 300 บาท พวกผมนี่แบบ เฮ้ย!! เสื้อหนังแท้ขายแค่ 300 บ้าไปแล้ว ไม่ต้องถามเหตุผลครับ ผมซื้อเลยทันที จ่ายเงินเสร็จก็เดินออกมา ทีนี้ความรุ้สึกเดิมๆ มันมาอีกแล้วครับ เสียวสันหลัง อึดอัด แบบบอกไม่ถูกเลย แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าคงดื่มหนักไปหน่อยเท่านั้น

ตอนขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ไปกัน 2 คัน คันละ 2 คน ผมขี่นำหน้า มีอ๋อยซ้อนท้าย ขี่ไปสักพัก ก็มีผู้ชายขี่เลียบๆ มาแซงรถผม และตะโกนว่า ‘อัด 3 มันอันตรายนะน้อง ย้ายมาคันพี่สักคนมั้ยจ๊ะ?’ ผมก็งงสิครับ เพราะนั่งกัน 2 คน.. และตลอดทางกลับบ้าน รถที่ขับตาม หรือขับสวนมา ก็จะยิงไฟสูงกระพริบๆ ใส่แทบทุกคันเลยครับ จนพวกผมมาจอดแวะปั๊มกลางทาง เข้าห้องน้ำ เติมน้ำมัน เด็กปั๊มก็ทักอีก ‘เมื่อกี้เพื่อนน้องที่นั่งหลัง เหมือนเมามากเลยน่ะ จะตกรถอยู่ละ..’ ผมก็แบบ เพื่อนไหนพี่ มากัน 4 คนแค่นี้ คันละ 2 คน พี่เค้าก็ยืนยันว่า ‘เฮ้ย น้องซ้อน 3 กันมา เข้าไปทางห้องน้ำ พี่เห็น!’ ผมกับเพื่อนๆ เริ่มใจคอไม่ดีละครับ ออกจากปั๊มเลยขี่ตีคู่กันไป 2 คันจนถึงบ้าน

พอมาถึงบ้านผม ก็แขวนเสื้อที่ซื้อมาใหม่ไว้ที่ตู้ปลายเตียง พวกผมก็ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และเข้านอนครับ ผมกับอ๋อยนอนบนเตียง ส่วนเบนกับแป้งนอนฟูกที่พื้นครับ.. ผมกำลังเคลิ้มๆ เลย อยู่ๆ อ๋อยมันก็ทุบผม แล้วบอกว่า ‘อย่าแกล้งสิ กูง่วง’ ผมก็งงครับ ว่าไปแกล้งอะไรมัน มันบอกว่าผมผลักมัน ผมง่วงนอน ไม่มีอารมณ์จะเถียง เลยเอาหมอนข้างมากั้น และนอนหันหลังให้มัน.. สักพัก อ๋อยมันก็ร้องขึ้นมาลั่นครับ จนพวกผม 3 คนตื่นขึ้นมาหมด ถามว่าเป็นอะไร? อ๋อยดูหน้าตื่นมากๆ และบอกว่า ‘มีคนดึงขากู!’ เอาละสิครับ ผมชักจะรู้สึกแปลกๆ ละ ทีนี้อ๋อยเลยขอเปลี่ยนที่นอนกับเบนครับ.. นอนไปได้สักพักใหญ่ๆ คราวนี้มาอีกแล้วครับ มาเป็นเสียงพูดข้างหูผมเลย เป็นเสียงของเบนพูดว่า ‘เอาเสื้อกูมาๆ’ พูดฮึมฮัมๆ เบาๆ เหมือนละเมอครับ ผมก็สะกิดมันว่า ‘เฮ้ย! ตื่นๆ มึงเป็นอะไร?’ ซึ่งอ๋อยที่ยังไม่หลับ ก็ได้ยินเสียงเบนเหมือนผมเช่นกัน พวกผมเลยลงความเห็นกันว่า เสื้อตัวนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ เลยเอาเสื้อไปแขวนข้างนอกห้อง แล้วนอนกันต่อ..

พวกผมหลับกันลึกครับคราวนี้ มาตื่นเอาอีกทีเพราะเสียงแป้งร้อง ‘กรี้ดดดด’ ลั่นบ้านเลย ผม อ๋อย เบน ก็ตื่นมาเปิดไฟ แต่ไม่เจอแป้งในห้อง เลยวิ่งออกมากลางบ้าน มาเจอแป้งนั่งก้มหน้า เอามือปิดหน้าร้องไห้ตัวสั่นเลย พอกำลังจะพยุงแป้งขึ้นมากัน แป้งกลับเงยหน้าขึ้นมา ตาขวาง ดูน่ากลัวมากครับ พูดกับพวกผมว่า ‘พวกมึงเอาเสื้อกูมาทำไม?’ พวกผมทำอะไรกันไม่ถูกเลย แล้วแป้งมันก็เอามือตบหน้าตัวเองใหญ่ จนผมต้องจุดธูปบอกพ่อปู่ แม่ยา (เจ้าที่ประจำบ้าน) ให้ช่วยบอกเจ้าของเสื้อที ว่าพวกผมไม่ได้ตั้งใจ ถ้ารู้ว่ามีเจ้าของจะไม่เอามา และช่วยไล่เค้าออกไปที.. สักพัก แป้งมันก็สงบลงครับ ดูสลึมสลือ ไม่รุ้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น แป้งบอกว่า ‘แค่จะเดินออกมาเข้ามาห้องน้ำ ก็เห็นผู้หญิงมีเลือดอาบหน้า นั่งอยู่ที่เสื้อตัวนั้น ตกใจมากเลยร้อง และก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย..’

พวกผมนอนไม่ได้เลยคืนนั้น จนถึงเช้า ผมก็เอาเสื้อตัวนี้ไปหาคุณตาผม คุณตาผมเค้าพอจะมีวิชาหน่อย พอตาผมเห็นเสื้อ ตาบอกเลยว่า ‘อย่าเอาเข้ามาในบ้านนะ จะถือเป็นการเชื้อเชิญเค้าเข้ามา!’ แล้วตาผมก็พาพวกผมทั้ง 4 คน และเสื้อตัวนั้นไปวัดครับ ไปรดน้ำมนต์ และถวายเสื้อให้วัด ตาบอกให้ทำอะไรก็ทำหมดเลย จนเสร็จ.. พวกผมก็มานั่งบนกุฏิ พูดคุยกับหลวงพ่อ ตาผมกับหลวงพ่อท่านบอกว่า ‘เจ้าของเสื้อเขาหวงเสื้อมาก เขาถูกรถชนตาย และก็มีชาวบ้านไปขโมยเสื้อเขามา เขาเลยตามมา เพราะจิตสุดท้ายตอนตายของเขา ยังคงเชื่อมโยงกับวัตถุอยู่..’ พวกผมได้ฟังนี่ขนลุกเกลียวเลยครับ ไม่เอาอีกแล้วเสื้อมือ 2 ราคาถูก

Story by คุณเบลส์

COMMENTS