เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งมาจากคุณเบ็นซ์ เป็นเหตุการณ์เมื่อสมัยที่คุณเบ็นซ์ได้เข้าอุปสมบท ที่วัดแห่งหนึ่งย่านชานเมืองกรุงเทพฯ คุณเบ็นซ์เล่าว่า.. มีพระที่บวชในโครงการเดียวกัน 100 กว่ารูป ต้องจำวัดรวมกันในโบสถ์ที่ยังไม่ได้ฝังลูกนิมิตร พระบางรูปก็เล่าให้ฟังว่า พระบวชใหม่กุศลจะแรง จะมีผีมาขอส่วนบุญ ผมตอนนั้นก็ฟังหูไว้หู.. ผมบวชในโครงการพระปฏิบัติ คือบวชแล้วต้องมานั่งสมาธิ สวดมนต์ เดินจงกรม ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทำอยู่อย่างนี้เป็นกิจวัตรสลับกันจน 5 ทุ่ม เที่ยงคืน

ผ่านไปได้สักเกือบเดือน มีอยู่คืนหนึ่งขณะนอนจำวัด ก็หลับไปปกติ แต่พอตื่นเช้ามา พระที่จำวัดข้างๆ กัน ทำหน้าตื่นตระหนก ถามผมว่าเมื่อคืนผมนอนหลับสบายดีไหม? ผมก็บอกไปว่าสบายดี.. พระรูปนั้นก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนปวดฉี่ แต่ไม่กล้าไปรูปเดียว เลยจะชวนผมไปด้วย แต่พอลืมตา หันมาหาผมเท่านั้นแหละ ตกใจมาก! เห็นเงารูปร่างคนดำๆ 4-5 ตน ยืนล้อมชี้หน้าผมอยู่! ก็เลยหันกลับมานอนต่อ เป็นอันว่าอั้นจนถึงเช้า.. และจริงๆ มีอีกหลายอย่างที่เจอที่วัดนี้ แต่ผมขอข้ามไปอีกเรื่อง ตอนที่ผมย้ายไปจำพรรษาที่วัดในต่างจังหวัด ในภาคกลางครับ

มีเรื่องแปลกอยู่อย่างหนึ่ง คืนก่อนตอนผมยังอยู่วัดที่กรุงเทพฯ ผมฝันเห็นเจ้าอาวาสของวัดแห่งใหม่นี้ก่อน ผมไม่เคยไปที่วัดนี้ และไม่เคยเห็นหน้าท่านมาก่อน ผมจำได้ตอนที่ผมไปเจอท่านแล้วครับ.. ผมไปถึงที่นั่นคืนแรก ได้อยู่กุฏิเดียวกับพระหลวงพี่รูปหนึ่ง อายุราว 30 กว่าปี ลักษณะกุฏิที่ผมอยู่นั้นเป็นไม้เก่าๆ 2 ชั้น เป็นหลังเดียวที่ไม่ได้ถูกซ่อมบำรุง จากทั้งหมดเกือบ 10 หลัง พอผมถามว่าทำไมไม่ซ่อม หลวงพี่ก็บอกว่า เจ้าของไม่ให้ซ่อม.. และก็ได้มีการสนทนากันต่อ จนกระท้่งผมสังเกตุเห็นที่นอนของหลวงพี่ ปูไว้อยู่ข้างนอกกุฏิ พอถามว่าทำไมหลวงพี่ถึงไม่จำวัดข้างในล่ะ? (ข้างนอกในความคิดผมตอนนั้น น่ากลัวกว่าเยอะเลย) หลวงพี่ก็ตอบผมว่า ข้างในนี้มันรู้สึกร้อนน่ะ ไม่มีอะไรหรอก.. พอตกดึกคืนแรกก็นอนไม่ค่อยหลับ เพราะเอาแต่คิดถึงคำพูดของหลวงพี่ ว่ามันแปลกๆ แต่ก็ข่มตาหลับไปแบบระแวง.. ด้วยความที่คืนแรกผ่านไปไม่เจออะไร ผมจึงจำวัดคืนที่ 2 ได้อย่างสบายใจ แต่ก็นำพระพุทธรูปมาตั้งที่โต๊ะด้านข้างด้วยครับ ผมนอนติดกับเสาต้นนึง เพื่อจะได้มีหลักให้ยึดเวลาลุก..

คืนที่ 2 ผมก็จำวัดรูปเดียว หลวงพี่จำวัดข้างนอกเหมือนปกติ ก็หลับสบายดี เลยคิดในใจว่าหลวงพี่แกคงจะคิดไปเอง.. แต่พอตกคืนที่ 3 ด้วยความเหนื่อยล้าจากกิจสงฆ์หลายๆ อย่าง คืนจึงจำวัดเร็วหน่อย จนกระทั่งเวลาหลังเที่ยงคืนได้ ผมจะพลิกตัวมา ก็ลืมตาขึ้นมาหน่อยนึง พอหันมาเท่านั้นล่ะ เห็นเท้าผู้หญิง ยืนอยู่ตรงปลายจมูกเลย! แล้วสักพักก็เห็นส่วนหัวของผู้หญิงค่อยๆ ก้มเอียงลงมา จนหน้าแนบกับพื้น สายตาจับจ้องมองผม แต่ขาก็ยังคงยืนอยู่! คือหน้าจะชนกันอยู่แล้วครับ! ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมใจจะมาเจออะไรแบบนี้ บอกตรงๆ หัวใจเต้นเหมือนคนหัวใจจะวายเลย เต้นรัวมากๆ ทำอะไรก็ไม่ได้ เพราะฝั่งที่ผีผู้หญิงอยู่ มันเป็นฝั่งประตู! ผมค้างท่านั้นเพราะทำอะไรไม่ถูก ชาไปทั้งตัวขนลุก

สิ่งเดียวที่คิดได้ตอนนั้น คือพลิกตัวกลับไปหาพระพุทธรูป ในใจนึกถึงบทสวดต่างๆ นาๆ และระหว่างที่สวดมนต์ในใจ ก็ได้ยินเสียงเท้าเดินบนพื้นไม้ ดังเอียด อ้าด ไปทั่วกุฏิเลย จนเวลาผ่านไปสักพัก เสียงเงียบลง.. ผมก็กลั้นใจหันกลับไป เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรอยู่แล้ว พอหันไปผมก็ไม่เห็นเธอแล้ว.. และเนื่องจากมันดึกมาก ถ้าผมจะออกไปโวยวายมันก็คงไม่ดี เพราะผมเพิ่งมาใหม่ เลยได้แต่ใจแข็งหลับตานอนให้ถึงเช้า.. พอวันต่อมา ผมเล่าเรื่องนี้ให้พระที่นอนนอกกุฏิฟัง ท่านก็บอกว่านั่นน่ะคือนางตะเคียน เพราะมีต้นตะเคียนที่อยู่ในกุฏิ ผมไม่รู้จักต้นตะเคียนเลยถามว่ามันอยู่ตรงไหนในกุฏิ พอหลวงพี่แกมาชี้ให้ดูเท่านั้นล่ะครับ ตาค้างเลย มันคือเสาที่ตกน้ำมันแดงเยิ้มเหมือนเลือด เสาที่ผมนอนอยู่ข้างๆ นั่นเอง! ผมเลยได้รู้จักต้นตะเคียนตั้งแต่วันนั้น.. หลังจากคืนนั้น ผมก็ย้ายออกมานอนนอกกุฏิ ข้างๆ กับหลวงพี่เลยครับ นอนดูดาวเลย.. เจอแบบนี้อยู่ไม่ไหวจริงๆ ครับ

Story by คุณเบ็นซ์

COMMENTS