เรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณพลอย และคุณธี ที่เป็นแฟนกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย จนตอนนี้เรียนมหาลัยปี 4 แล้ว เหตุเกิดที่ อ. อรัญประเทศ ทั้งคู่เล่าว่า.. วันนึงขณะที่ธีขับรถมาส่งพลอยที่บ้าน หลังเลิกเรียน ก่อนพลอยจะลงรถ แม่พลอยก็วิ่งหอบข้าวของเต็มมือ พร้อมจูงน้องภู น้องชายของพลอยมาด้วย แม่พลอยบอกว่า ‘ป้านาเพื่อนแม่ป่วย แต่แม่ไม่ว่างเลย งานยุ่งมาก ฝากแกไปเยี่ยมแทนหน่อยนะ เอาน้องภูไปด้วย พวกป้าๆ บ่นคิดถึงจะแย่..’ ยังไม่ทันตบปากรับคำ แม่ก็พาน้องภู ขึ้นไปนั่งหลังฝั่งคนขับ พร้อมจัดของฝากใส่ท้ายรถให้เรียบร้อย แล้วรีบวิ่งเข้าบ้านไป

พลอยกับธีมองหน้ากัน แล้วหันมามองน้องภูอย่างเซ็งๆ เพราะทางไปบ้านป้านานั้นไม่ไกล แต่เปลี่ยวและคดเคี้ยวมาก น้องภูอายุแค่ 3 ขวบพูดยังไม่ชัดเท่าไหร่ เป็นเด็กช่างพูด ช่างถาม จึงคุยถามนู่นนี่ไปตลอดทาง จนธีต้องบอกให้เงียบ เพราะต้องใช้สมาธิในการขับรถ เพราะตอนนั้นถนนเริ่มมืดแล้ว ไฟส่องทางก็มีบ้าง ไม่มีบ้าง.. ธีขับรถไปตามปกติ จนมาถึงทางสามแยก ที่มีป้าย ‘โปรดระวัง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง’ บ้านป้านาต้องเลี้ยวขวา ธีจึงมองรถทางซ้าย และตาเหลือบไปเห็นเครื่องเซ่น ที่อยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งเต็มไปหมด พลอย กับภูก็พากันชะเง้อมองด้วย ก่อนที่รถจะผ่านสามแยกนั้นมา จู่ๆ น้องภูก็พูดขึ้นว่า ‘พวกพี่ๆ เค้านั่งแย่งกินอะไรกันที่พื่้น ทำไมไม่กลับไปกินที่บ้านล่ะ?’ พอได้ยินแบบนั้น ธี กับพลอยก็เริ่มแปลกๆ ละ ธีรีบเหยียบคันเร่ง ออกจากแยกนั้นมาอย่างเร็ว พอเลยมาได้นิดเดียว ธีก็ดุน้องภู ‘น้องภู คราวหน้าเวลาเจออะไรตอนมืดๆ ค่ำๆ ห้ามทัก ห้ามพูดนะเข้าใจมั้ย?’

พลอยก็ได้แต่ปลอบน้อง เพราะรู้ว่าตอนนี้ธีก็คงกำลังกลัว น้องภูเลยถามพลอยว่า ‘ทำไมไม่ให้หนูทักพี่พวกนั้น หนูทำผิดอะไร?’ พลอยก็ใจแป้ว ถามกลับไปเสียงสั่นๆ ‘น้องภู เห็นพี่ๆ ไหนหรอ?’ น้องภูตอบมาเสียงดังว่า ‘ก็พวกพี่ๆ ตัวสกปรก ที่นั่งแย่งกินอะไรกันอยู่ที่พื้น ที่ทางแยกไง พี่พลอยไม่เห็นหรอ?’ คราวนี้ ธีเหยียบเบรคกระทันหัน พร้อมหันหน้ามาหาพลอย หน้าเราทั้ง 2 คนตอนนี้ ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทั้งที่เปิดแอร์ในรถเย็นมาก.. พลอยบอกให้ธีขับต่อ จะได้รีบๆ ไปให้ถึงสักที และหันมาตอบน้องภู ‘พี่คงไม่ทันมองมั้ง เลยไม่เห็น’ ‘แล้วทำไมห้ามทักล่ะ?’ น้องภูวกมาคำถามเดิม พลอยเลยบอกว่า ‘เราอยู่ในรถ ทักไปพวกเค้าก็ไม่ได้ยินเราหรอก เมื่อกี้น้องภูพูดเบาจะตาย’ น้องภูตอบกลับมาว่า ‘ทำไมจะไม่ได้ยิน พอหนูพูดปุ๊บ พวกพี่เค้าก็หันมามองหนูปั๊บ’ พลอยกับธีใจเสีย นั่งเงียบกันไปสักพัก จนธีบอกว่า ‘รถเป็นไรไม่รู้ มันหนักๆ เร่งไม่ค่อยขึ้น ของท้ายรถก็ไม่ได้มีเยอะ’ พลอยก็ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะตัวเองก็ไม่รู้สาเหตุ เลยได้แต่บอกให้เร่งเครื่องเร็ว ใกล้ถึงแล้ว ส่วนน้องภูก็บ่นว่าอึดอัด เหมือนมีคนมาเบียด พูดซ้ำไป ซ้ำมาจนใกล้จะถึง

‘เลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดเลยธี แม่บอกว่า ป้านามาพักอยู่กับพี่สาวที่บ้านใกล้ๆ กับวัดน่ะ’ พอขับเข้าซอยหน้าวัด อยู่ๆ หมาแถวนั้น ก็พร้อมใจกันเห่าหอน อย่างดังจนน่ากลัว และก็น่าแปลก ที่คนแถวนั้นเมื่อเห็นรถธี บ้างก็ร้องอุทาน บ้างก็วิ่งหนีเข้าบ้าน จนเข้ามาถึงหน้าวัด ก็เจอกับเจอลุงอ่ำ สับปเหร่อเก่าแก่ ที่พลอยรู้จักแต่เด็ก ธีชิดรถเข้าไปหาแก พอแกหันมา ก็หน้าเหวอ จนพลอยก็งง ‘ลุงอ่ำ พลอยเองจำได้มั้ย? นี่ธีแฟนพลอยค่ะ วันนี้ภูก็มาด้วยนะคะ.. แม่เค้าฝากมาเยี่ยมป้านาค่ะ ลุงรู้จักบ้านพี่สาวป้านามั้ยคะ?’ พลอยรีบทักไปเป็นชุด แต่ลุงอ่ำกลับบอกว่า ‘พวกเองเอารถไปจอดในวัด ใกล้กุฏิหลวงพ่อเดี๋ยวนี้เลย แล้วข้าจะพาไปหายัยนาเอง..’ ธีก็งง เลยถามลุงว่า ‘ทำไมต้องจอดในวัดด้วยล่ะครับลุง ผมกลัวรถหาย’ แต่ลุงอ่ำก็ยังพูดแกมบังคับ ให้ไปจอดที่วัดให้ได้..

ธีให้พลอยกับน้องภูลงก่อน แล้วรีบขับรถเข้าไปจอดในวัด.. ลุงอ่ำก็เดินพาพวกเราไปบ้านป้านา พอเยี่ยมเสร็จ พี่สาวของป้านา ก็ขอให้อยู่นอนค้างคืนนึง เพราะมืดแล้วมันอันตราย พลอยปฏิเสธเพราะเกรงใจ แต่ธีบอกก็ได้ครับ เพราะผมกลัวทางมืด สรุปทั้งสามคน ก็นอนค้างบ้านพี่สาวของป้านาคืนนึง

รุ่งเช้ามา ลุงอ่ำก็วิ่งมาเรียกธีไปที่วัดบอกมีเรื่องใหญ่ พอธีกับพลอยไปถึงวัด มองไปเจอรถตัวเองก็ตกใจ ทั้งคราบเลือด รอยมือ เศษใบไม้ ติดตามรถเต็มไปหมด ชาวบ้านก็พากันมามุง แล้วก็พูดๆๆ จนจับใจความไม่ได้ จนหลวงพ่อต้องออกมา ‘เอาล่ะๆ เงียบๆ ได้แล้ว อาตมาจะคุยกะโยมพลอย โยมธีเค้าเอง’ ธีถามไปว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถ  ลุงอ่ำก็ถามว่า ‘อ้าว? เมื่อคืนพวกเองไม่เห็นรอยพวกนี้หรือ? ข้ากับชาวบ้าน เห็นตั้งแต่เมื่อคืน ที่เองขับเข้ามาแล้ว’ หลวงพ่อจึงถามว่า ‘โยมได้ไปทำสิ่งไม่ดี ท้าทาย หรือไปพูดจาล่วงเกิน สิ่งที่มองไม่เห็นบ้างรึป่าว?’ พลอยกับธีมองหน้ากัน ก่อนตอบว่า ‘ระหว่างทางมาที่นี่ เราผ่านสามแยกมาค่ะ แล้วน้องภูก็ทักว่า เห็นคนนั่งแย่งกันกินข้าวกันที่พื้น น้องภูบอกว่า พวกเค้าหันมามองหน้าเราด้วย แต่พลอยกับธีไม่เห็นค่ะ เราเห็นแค่เครื่องเซ่นไหว้เท่านั่น’

พูดจบ ชาวบ้านก็ร้อง ‘อ๋อ..ว่าแล้วเชียว’ หลวงพ่อจึงเล่าสิ่งที่เห็นให้ฟังว่า ‘เมื่อคืนอาตมาเห็นทั้งวิญญาณ ทั้งผีเร่ร่อน ผีตายโหงหลายตน นั่งรถ เกาะรถมากะพวกโยม เต็มไปหมด พอเข้ามาถึงวัดพวกเค้าก็หายไป..’ พอได้ยินแบบนั้น และนึกถึงสิ่งที่น้องภูพูดเมื่อคืน พลอยกับธีหน้าชา ขนลุกซู่เลย รีบไหว้ลาหลวงพ่อ และชาวบ้าน แล้ววิ่งไปหยิบผ้าขี้ริ้วชุบน้ำของแม่ครัว วิ่งไปเช็ดรอยเลือด รอยมือ จนหมด แล้วพลอยบอกธีว่า จะกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย ธีจึงวิ่งไปขับรถไปบ้านพี่สาวป้านา เพื่อเก็บของ แล้วรับน้องภูกลับบ้านทันที ระหว่างทางกลับบ้าน น้องภูก็ยังบ่นตลอดทางว่าอึดอัดๆ ธีก็นั่งขับรถเงียบกริบตลอดทาง จนมาถึง 3 แยกเดิม รถก็กระตุกๆ เหมือนจะดับ แต่พอผ่าน 3 แยกมาได้นิดเดียว ก็หายเป็นปกติ แถมเบาขึ้นไม่หนักเหมือนก่อนหน้า.. ธีเหยียบคันเร่งเกือบสุด ไม่ชะลอ ไม่เบรคเลยจนถึงบ้าน.. ธีลงจากรถตามพลอยเข้าบ้าน บอกขอพักอยู่บ้านพลอยก่อนสักพัก น้องภูเรียกธีเสียงดัง ‘พี่ธี รอยมือครับใหญ่จัง’ พลอยกับธีหันไปดู เป็นรอยมือห้านิ้วเปื้อนฝุ่น ฝั่งประตูคนขับพอดีเป๊ะ! บ่ายวันนั้น พลอย ธี และน้องภู พากันไปทำบุญกรวดน้ำทันที

Story by คุณพลอย และคุณธี

COMMENTS